พิธีฮัจญฺ อิดิลอัฎฮา และวันตัชรีฆ
فَاِذَا قَضَيۡتُمۡ مَّنَاسِكَکُمۡ فَاذۡکُرُوا اللّٰهَ كَذِكۡرِكُمۡ اٰبَآءَکُمۡ اَوۡ اَشَدَّ ذِکۡرًا ؕ
“ครั้นเมื่อพวกเจ้าเสร็จสิ้นพิธีฮัจญฺของพวกเจ้าแล้ว ก็จงกล่าวรำลึกถึงอัลลอฮฺ ดังที่พวกเจ้ากล่าวรำลึกถึงบรรพบุรุษของพวกเจ้า หรือรำลึกถึงให้มากยิ่งกว่านั้น..”
ฮัจญฺ (الحج Hajj) เริ่มครั้งแรกในยุคสมัยของนบีอิบรอฮีม อะลัยฮิสลาม เมื่อสี่พันปีมาแล้ว ทว่าแปรเปลี่ยนไปจนกระทั่ง ค.ศ.632 นบีมุฮัมมัด ศอลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม ทำการปฏิรูป ปรับปรุง โดยยกเลิกพิธีกรรมที่บิดเบือนในยุคญาฮีลิยะฮฺกระทั่งหมดสิ้นไป นำฮัจญฺที่ถูกต้องกลับมาฟื้นฟูใหม่ พิธีฮัจญฺในอิสลามจัดขึ้นในมักกะฮฺใช้เวลา 5 วัน เริ่มต้นในวันที่ 8 และสิ้นสุดในวันที่ 12 ซุลฮิจญะฮฺ เดือนสุดท้ายของปีตามปฏิทินอิสลามโดยการกำหนดวันอิดิลอัฎฮาในประเทศไทยขึ้นอยู่กับการประกาศอย่างเป็นทางการของสำนักจุฬาราชมนตรี
วันสำคัญของการประกอบพิธีฮัจญฺ มีดังนี้ วันที่ 8 (วันตัรวียะฮฺ) ผู้แสวงบุญหรือฮุจญาจเดินทางไปพักค้างคืนที่ทุ่งมีนา วันที่ 9 (วันอะรอฟะฮฺ/วันวูกุฟ) สำคัญที่สุด ผู้แสวงบุญทุกคนรวมตัวกันที่ทุ่งอะรอฟะฮฺเพื่อปฏิบัติศาสนกิจและขอพรดุอาอฺ ทำจิตสงบ มุสลิมทั่วโลกแนะนำให้ถือศีลอด ช่วงค่ำเดินทางออกจากอะรอฟะฮฺเข้าค้างแรมที่ทุ่งมุซดะลิฟะฮฺ เก็บกรวดขนาดเล็กอย่างน้อย 70 ก้อนเพื่อการโยนหินที่เสาหินสามต้น วันที่ 10 (วันอิดิลอัฎฮา) ผู้แสวงบุญเดินทางเข้าหุบเขามีนา โยนหินหรือกรวด 7 ก้อนที่เสาอะกอบะฮฺ (เสาหินหน้าเดียว เสาสุดท้าย) เชือดสัตว์พลีทาน และโกนผม มุสลิมทั่วโลกทำการเฉลิมฉลองวันอิดิลอัฎฮา
วันถัดจากวันที่ 10 คือวันที่ 11-13 (วันตัชรีฆ) ผู้แสวงบุญพากันค้างแรมที่หุบเขามีนา มีพิธีโยนหินที่เสาหินสามต้น ๆ ละ 7 ก้อนในบริเวณหุบเขา ถือเป็นวันเฉลิมฉลองจึงห้ามการถือศีลอดในสามวันนี้ เรื่องราวความเป็นมาของวันตัชรีฆย้อนหลังกลับไปยังพิธีฮัจญฺในอดีต เมื่อเชือดสัตว์พลีในวันกุรบ่าน การแล่เนื้อสัตว์ที่เกิดขึ้นในวันเดียวกันจำเป็นต้องนำเนื้อคลุกเกลือหรือรมควันและตากแห้งเพื่อนำกลับไปแจกจ่ายให้ทานยังภูมิลำเนาที่อยู่ห่างออกไปไกล การตากเนื้อใช้เวลาอย่างน้อยสองวัน
คำว่าตัชรีฆ (التشريق) หมายถึงการตากแดดหรือตากให้แห้ง ในยุคก่อนการมีตู้แช่แข็งและตู้เย็นจึงใช้เวลาสองถึงสามวันจากนั้นออกจากหุบเขามีนาส่วนใหญ่เดินทางไปยังเมืองมักกะฮฺเพื่อประกอบพิธีฮัจญฺส่วนที่เหลือก่อนเดินทางกลับภูมิลำเนา ความแห้งหรือการไม่มีความชื้นในเนื้อสัตว์จึงสำคัญต่อการสงวนและการเก็บรักษา นี่คือที่มาของการค้างแรมในวันตัชรีฆ อย่างไรก็ตาม ไม่บังคับว่าต้องเป็นสามวันอาจใช้เวลาสองวันถึงวันที่ 12 ก็ได้
วันตัชรีฆเกิดขึ้นทั้งในมักกะฮฺและทั่วโลก งดการถือศีลอด โดยตลอด 5 วันเริ่มตั้งแต่ละหมาดเช้าหรือซุบฮิของวันที่ 9 ซุลฮิจญะฮฺกระทั่งถึงละหมาดบ่ายหรืออัสริของวันที่ 13 ซุลฮิจญะฮฺแนะนำให้ขอพรหรือตักบีรหลังการละหมาดฟัรฎูรวมทั้งสิ้น 23 ครั้ง ส่วนการถือศีลอดในวันตัชรีฆเป็นข้อห้ามดังที่กล่าวไว้แล้ว
#drwinaidahlan, #ดรวินัยดะห์ลัน, #ฮัจญฺ, #ตัชรีฆ, #อิดิลอัฎฮา
ดูน้อยลง

