นักโภชนาการยุคเก่าแนะนำให้ลดอาหารหวาน เนื่องจากอาหารกลุ่มนี้ให้พลังงานสูง นำไปสู่การสะสมไขมันในร่างกายก่อให้เกิดโรคอ้วน นำมาซึ่งสารพันโรค ทั้งอินสุลินสูง ไขมันสูง เบาหวาน โรคหัวใจและหลอดเลือด และอีกสารพัดโรค อาหารหวานจึงก่อโรค จึงแนะนำให้ลดอาหารหวานลง กินจืดจะดีกว่า แต่ชีวิตมันไม่ได้ง่ายอย่างนั้น ผู้คนจำนวนไม่น้อยยังติดหวาน แนะนำให้ลดอาหารหวานกันไปแล้ว สุดท้ายผู้คนยังกลับมาหาอาหารหวานกินกันอีก เลิกหวานไม่ได้ง่าย นักโภชนาการจึงจำเป็นต้องทบทวนความเชื่อเกี่ยวกับความหวานกันใหม่ แทนที่จะเน้นกันที่รสหวาน เน้นกันที่ปริมาณน้ำตาลและแคลอรี่ น่าจะดีกว่าไหม
งานวิจัยชิ้นใหม่นี้ทำกันที่อังกฤษ มหาวิทยาลัยบอร์นมัธ (Bournemouth University) ร่วมกับสถาบันวิจัยวาเกนิงเงน (Wageningen) เนเธอร์แลนด์ ตีพิมพ์ผลงานในวารสาร American Journal of Clinical Nutrition เดือนมีนาคม 2026 โดยการทดลองมีผู้เข้าร่วม 180 คน แบ่งเป็นสามกลุ่ม กลุ่มแรกกินอาหารหวานจัด กลุ่มที่สองกินอาหารหวานน้อย กลุ่มสามหวานปานกลาง ความหวานมาจากส่วนผสมของน้ำตาล อาหารหวานตามธรรมชาติ และน้ำตาลเทียมแคลอรีต่ำ ติดตามศึกษาหลังจากหนึ่ง สาม และหกเดือน เพื่อดูว่าความชอบอาหารหวานของผู้เข้าร่วมเปลี่ยนแปลงไปไหม ติดตามตรวจวัดน้ำหนัก เก็บตัวอย่างเลือดและปัสสาวะ ดูความเสี่ยงต่อโรคเบาหวานและโรคหัวใจและหลอดเลือด
หลังจากหกเดือน ไม่พบความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญระหว่างกลุ่ม สุดท้ายเมื่อเลิกการทดลอง ผู้เข้าร่วมกลับไปบริโภคอาหารหวานที่ตนเองเคยกินมาก่อน กลับไปกินหวานว่ากันอย่างนั้น ทีมวิจัยเสนอแนะว่ากลยุทธ์ทางสาธารณสุขที่เน้นไปทางด้านลดอาหารหวาน เห็นทีต้องปรับปรุงกันใหม่หากจะเน้นไปที่การแก้ปัญหาน้ำหนักเกิน โรคอ้วน และโรคแทรกซ้อนอื่น ๆ การลดความอ้วนไม่ได้ขึ้นอยู่กับการกินอาหารหวานน้อยลง แต่อยู่ที่การบริโภคน้ำตาลและอาหารพลังงานสูงมากกว่า ทีมวิจัยสรุปอย่างนั้น
ปัญหาด้านสุขภาพเกี่ยวข้องกับการบริโภคน้ำตาลและแคลอรี ทว่าผลิตภัณฑ์อาหารบางชนิดแม้ไม่หวานแต่อาจมีน้ำตาลสูง ขณะเดียวกัน ผลิตภัณฑ์อาหารหวานตามธรรมชาติหลายชนิด เช่น ผลไม้สดและผลิตภัณฑ์นม ยังมีประโยชน์ต่อสุขภาพ ดังนั้น คำแนะนำสำหรับประชาชนเห็นทีต้องเน้นไปที่การลดปริมาณน้ำตาลและอาหารที่มีพลังงานสูงลง หากความหวานไม่เกี่ยวข้องกับน้ำตาลและอาหารพลังงานสูง ไม่จำเป็นต้องแนะนำให้ประชาชนลดอาหารกลุ่มนี้ลงก็ได้ เน้นไปที่การแนะนำให้บริโภคอาหารหวานตามธรรมชาติ ความหวานจากน้ำตาลเทียมยังอาจช่วยลดพลังงานได้ จึงควรเน้นไปที่การลดพลังงาน ลดน้ำตาลลงจะดีกว่าแนะนำให้ลดความหวาน คำแนะนำแนวใหม่น่าจะเป็นไปในทำนองนั้น
#drwinaidahlan, #ดรวินัยดะห์ลัน, #อาหารหวาน, #น้ำตาลและพลังงาน, #โรคอ้วน, #เบาหวาน

