แนะนำผู้สูงอายุได้รับโปรตีนมากกว่าที่เคยเสนอกันไว้

เมื่อครั้งเรียนจบจากคณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เมื่อนานหลายสิบปีมาแล้ว สถานที่ทำงานแห่งแรกของผมคือคณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี ทำงานได้ไม่ทันไร จับพลัดจับผลูผมกลายเป็นหนึ่งในห้าอาสาสมัครทางการแพทย์ศึกษาความต้องการโปรตีนของคนไทยซะยังงั้น ต้องนอนโรงพยาบาลหลายช่วง ต้องกินวุ้นเส้นกับไข่ตุ๋นนานสามเดือนโดยไม่มีอาหารอื่น ทั้งต้องเก็บปัสสาวะอุจจาระเพื่อนำไปวิเคราะห์ ผลสรุปของการทดลองครั้งนั้นคือคนไทยต้องการโปรตีน 0.5-1 กรัมต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัมไม่ต่างจากคนตะวันตก คนไทยเพศชายหนัก 70 กิโลกรัมอย่างผมจึงต้องการโปรตีน 35-70 กรัม

แนะนำอย่างนั้นมานาน เมื่อถึงวันนี้ใน ค.ศ.2026 นักวิจัยจากวิทยาลัยลูซี คาเวนดิช มหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ สหราชอาณาจักร ทำรายงานวิจัยโดยการวิเคราะห์ผลงานวิจัยจากกลุ่มอื่น ๆ หลายกลุ่ม ตีพิมพ์รายงานในวารสาร Frontiers in Nutrition กลาง ค.ศ.2026 สรุปออกมาว่า คำแนะนำด้านสาธารณสุขเรื่องคำแนะนำการบริโภคโปรตีนเช่นที่ทำกันอยู่ในปัจจุบันเน้นไปที่การป้องกันภาวะขาดสารอาหารและโปรตีน แนะนำกันอย่างนั้นไม่ช่วยให้มีชีวิตที่ดีสักเท่าไหร่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในยุคปัจจุบันที่ผู้สูงอายุมีเป็นจำนวนมากแยกกันอยู่กับบุตรหลานชนิดต่างคนต่างอยู่ แนะนำอย่างนั้นจึงไม่ช่วยให้ผู้สูงอายุมีคุณภาพชีวิตที่ดีสักเท่าไหร่

คนเราเมื่อเข้าวัยสูงอายุ ควรมีภาวะโภชนาการที่ดี จึงไม่ควรแนะนำโปรตีนในปริมาณที่เพียงเพื่อหลีกเลี่ยงความเสื่อมถอยของร่างกาย ยังจำเป็นต้องแนะนำการออกกำลังกายเป็นประจำมิใช่เพื่อรักษามวลกล้ามเนื้อทว่าเพื่อให้กล้ามเนื้อแข็งแรงมากขึ้น ต้องรักษาทั้งสุขภาพร่างกายและสุขภาพสมอง ไม่ให้เสื่อมถอยลง ต้องให้ร่างกายและสติปัญญามีอิสระไม่ต้องพึ่งพาคนอื่น มีคุณภาพชีวิตที่ดี ไม่พึ่งลูกหลานให้มากนัก คำแนะนำจึงต้องปรับโดยเปลี่ยนเป็นว่าสมควรได้รับโปรตีนมากขึ้น แนะนำการออกกำลังกายแบบเข้มข้นให้บ่อยขึ้น

กิจกรรมการออกกำลังกายควรผสมผสานแอโรบิก เช่น เดิน วิ่ง ปั่นจักรยาน ควบคู่การฝึกความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ เพื่อรักษาความเป็นอิสระตลอดชีวิต คำแนะนำการบริโภคโปรตีน ทีมวิจัยเสนอให้ผู้สูงวัยที่ฝึกความแข็งแรงของกล้ามเนื้อเพิ่มโปรตีนเป็น 1.3 ถึง 3.5 กรัมต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัมต่อวัน โดยเพิ่มจากมาตรฐานเดิมที่ 1 กรัม/กิโลกรัม เพื่อเพิ่มมวลและความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ การเพิ่มโปรตีนขึ้นตั้งแต่ 30% ถึง 300% (1.3-3.5 กรัม/กก./วัน) เช่นนี้ โดยทั่วไปไม่เป็นอันตรายหากมีไตแข็งแรง ผู้ที่มีปัญหาโรคไตเรื้อรังต้องระวังเนื่องจากอาจส่งผลเสียต่อการทำงานของไต ต้องระวังความเสี่ยงต่อการเกิดนิ่วในไตหากดื่มน้ำไม่เพียงพอ อีกทั้งควรแนะนำให้เลือกแหล่งโปรตีนที่ดีเพื่อเลี่ยงไขมันอิ่มตัวสูง เป็นต้นว่าการเลือกแหล่งโปรตีนจากพืช หากได้ปรึกษาแพทย์และนักโภชนาการหรือนักกำหนดอาหารด้วยก็ยิ่งดี

#ดรวินัยดะห์ลัน, #drwinaidahlan, #ความต้องการโปรตีน, #ผู้สูงอายุ, #โรคไต, #นักกำหนดอาหาร

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *