ในทางคณิตศาสตร์ตัวอักษรของแต่ละภาษามีค่าที่เรียกว่า gematrical value กำหนดไว้ ตัวอย่างเช่นคำว่า حَدِيدَ (หะดีด) ในภาษาอาหรับที่แปลว่า “เหล็ก” คำนวณค่า gematrical ได้ดังนี้ حَ = 8, د = 4, ي = 10, د = 4 รวมค่าได้ 26 ค่านี้ตรงกับเลขอะตอมของธาตุเหล็ก (Atomic number) คือ 26 อีกทั้งหนึ่งในสี่ของค่า stable isotope ของธาตุเหล็กคือ 57 ซึ่งตรงกับหมายเลขซูเราะฮฺ حَدِيدَ คือ 57 ความมหัศจรรย์ของอัลกุรอานไม่ได้จบเพียงเท่านั้น ที่พันลึกยิ่งกว่าคือเนื้อหาของอัลกุรอานว่าด้วยที่มาของธาตุเหล็กในอายะฮฺที่ 25
โลกมีธาตุเหล็กเป็นองค์ประกอบอยู่มากทว่าไม่สามารถนำออกมาใช้ประโยชน์ได้เนื่องจากธาตุเหล็กจำนวนมหาศาลเหล่านั้นอยู่ในแกนของโลกลึกจากผิวโลกลงไป 2,890 กิโลเมตร มีสภาพเป็นของเหลวหลอมละลายด้วยความร้อนสูง เมื่อเป็นเช่นนี้จึงมีคำถามว่าธาตุเหล็กจำนวนมากมายที่มนุษย์นำมาผลิตเป็นอาวุธและภาชนะในอดีตยุคเหล็กหากไม่ได้นำมาจากแกนของโลกจะนำมาจากไหน เรื่องนี้งานวิจัยของศาสตราจารย์ธีโล เรห์เรน (Thilo Rehren) และคณะแห่งมหาวิทยาลัยคอลเลจลอนดอน (University College London) สหราชอาณาจักร ตีพิมพ์ในวารสาร Journal of Archaeological Science ค.ศ.2013 ให้ข้อสรุปชัดเจนว่าจากการพิสูจน์ทางธรณีวิทยา ธาตุเหล็กที่ใช้ในการทำอาวุธและภาชนะต่าง ๆ ในยุคอียิปต์เมื่อห้าพันปีล่วงมาแล้วรวมทั้งธาตุเหล็กในพื้นที่อื่น ๆ ล้วนเป็นธาตุเหล็กที่มาจากอวกาศ ผ่านสะเก็ดดาวตกเข้ามายังโลกทั้งสิ้น
ที่มาของธาตุเหล็กจากอวกาศเหล่านี้เกิดขึ้นบนดวงดาวไกลโพ้นในใจกลางของดวงดาวซึ่งหลอมรวมไฮโดรเจนเป็นฮีเลียมก่อนจะเพิ่มจำนวนอะตอมผ่านกระบวนการฟิวชั่นของธาตุตัวเล็ก ๆ ก่อนเกิดการระเบิดของดวงดาวสร้างเป็นซูเปอร์โนวากระจายธาตุเหล็กออกไปทั่วอวกาศ ส่วนหนึ่งกลายเป็นฝนดาวตกผ่านลงมาบนผิวโลก และธาตุเหล็กเหล่านี้เองที่มนุษย์โบราณนำมาผลิตเป็นอาวุธและภาชนะเหล็กต่าง ๆ ก่อนนำไปผสมรวมกับแร่ธาตุอื่นกลายเป็นวัตถุชนิดใหม่ งานวิจัยทางวิทยาศาสตร์ยืนยันไว้อย่างนั้น
ก่อนงานวิจัยของเรห์เรน มีสมมติฐานทางโบราณคดีปรากฏก่อนหน้านั้นแล้วว่าธาตุเหล็กที่นำมาใช้กันในยุคโบราณหรือแม้กระทั่งในยุคนี้ล้วนเป็นธาตุเหล็กจากอวกาศ ความน่ามหัศจรรย์อยู่ตรงที่อัลกุรอานได้ระบุเรื่องราวนี้ไว้แล้วในซูเราะฮฺ อัลหะดีดที่แปลว่าธาตุเหล็ก ดังนี้
وَأَنزَلۡنَا ٱلۡحَدِيدَ فِيهِ بَأۡسٌ۬
“และเราได้ส่งธาตุเหล็กลงมา เพราะในนั้นมีความแข็งแกร่งมาก” อัลหะดีด 57:25
คำว่า وَأَنزَلۡنَا มีความหมายชัดเจนว่าส่งลงมาจากด้านบนซึ่งหมายถึงส่งลงมาจากฟากฟ้าหรืออวกาศ มิได้เป็นแร่ธาตุที่ขุดพบกันทั่วไปบนผิวโลก อัลกุรอานบทนี้ปรากฏขึ้นนาน 1,400 ปีล่วงมาแล้ว คำถามคืออัลกุรอานรู้ข้อเท็จจริงนี้ได้อย่างไร หากจะนับว่านี่เป็นอีกหนึ่งความมหัศจรรย์ของอัลกุรอานก็ไม่ผิด
#drwinaidahlan, #ดรวินัยดะห์ลัน, #เหล็กมาจากฟากฟ้า, #อัลกุรอาน
ดูน้อยลง

