เหตุการณ์อุกกาบาตพุ่งชนโลกและการดับสูญของไดโนเสาร์ที่อาจปรากฏในอัลกุรอาน
اَلَمۡ تَرَ اَنَّ اللّٰهَ يُزۡجِىۡ سَحَابًا ثُمَّ يُؤَلِّفُ بَيۡنَهٗ ثُمَّ يَجۡعَلُهٗ رُكَامًا فَتَرَى الۡوَدۡقَ يَخۡرُجُ مِنۡ خِلٰلِهٖۚ وَيُنَزِّلُ مِنَ السَّمَآءِ مِنۡ جِبَالٍ فِيۡهَا مِنۡۢ بَرَدٍ فَيُـصِيۡبُ بِهٖ مَنۡ يَّشَآءُ وَ يَصۡرِفُهٗ عَنۡ مَّنۡ يَّشَآءُ ؕ يَكَادُ سَنَا بَرۡقِهٖ يَذۡهَبُ بِالۡاَبۡصَارِؕ ٤٣
“เจ้ามิได้เห็นดอกหรือว่า แท้จริงอัลลอฮฺนั้นทรงให้เมฆลอย แล้วทรงทำให้ประสานตัวกันแล้วรวมกันเป็นกลุ่มก้อน แล้วเจ้าก็จะเห็นฝนโปรยลงมาจากกลุ่มเมฆนั้น และพระองค์ทรงให้มันตกลงมาจากฟากฟ้า มีขนาดใหญ่โตเท่าภูเขา ในนั้นมีลูกเห็บ แล้วพระองค์ทรงให้มันหล่นลงมาโดนผู้ที่พระองค์ทรงประสงค์ และพระองค์จะทรงให้มันผ่านพ้นไปจากผู้ที่พระองค์ทรงประสงค์ แสงประกายของสายฟ้าแลบเกือบจะเฉี่ยวสายตาผู้มอง” อันนูร 24:43
ข้างบนคือโองการจากอัลกุรอาน บรรยายถึงลูกเห็บจากฟากฟ้าขนาดเท่าภูเขาพุ่งชนแผ่นดินเกิดประกายไฟและความพินาศระดับมโหฬารแก่ชีวิตในโลก บางกลุ่มสูญสิ้น บางกลุ่มอยู่รอด นักวิชาการด้านดาราศาสตร์และธรณีวิทยา ระบุว่าคลับคล้ายเหตุการณ์ “อุกกาบาตชิกซูลุบ (Chicxulub)” จากกลุ่มเมฆออร์ท (Oort cloud) ที่สะสมบริเวณขอบระบบสุริยะห่างจากโลก 2,000-100,000 IU หรือหน่วยระบบสุริยะโดย 1 หน่วยมีค่าเท่ากับ 150 ล้านกิโลเมตร อุกกาบาตนี้พุ่งชนโลกบริเวณคาบสมุทรยูคาทานในเม็กซิโกเมื่อ 66 ล้านปีที่ผ่านมา
ตามโองการข้างต้น อัลกุรอานใช้คำว่า “มิน ญิบาลิน ฟีฮา มิน บะร๊อด” (مِنْ جِبَالٍ فِيهَا مِنْ بَرَدٍ) แปลตรงตัวได้ว่า “จากภูเขาหลายลูกที่มีความเย็น/ลูกเห็บอยู่ภายในนั้น” นักวิชาการระบุว่าหมายถึง “ก้อนเมฆคิวมูโลนิมบัส” (Cumulonimbus) ขนาดมหึมาที่ก่อตัวสูงเสียดฟ้าดูคล้ายภูเขา ซึ่งภายในมีกระบวนการเยือกแข็งทำให้เกิดลูกเห็บและสายฟ้า โดยอุกกาบาตชิกซูลุบที่ถล่มเม็กซิโกมีขนาดใหญ่ประมาณ 10–15 กิโลเมตร ขนาดภูเขาเอเวอเรสต์ โองการข้างต้นจึงเสมือนกล่าวถึงเหตุการณ์ยูคาทาน โดยมีจุดบ่งชี้ที่สอดคล้องกัน 3 ประการ ได้แก่ ขนาดมหึมาของวัตถุ ส่วนประกอบความเย็น (Ice/Hail) ภายในอุกกาบาต และการเลือกทำลายล้างอันเป็นผลให้สิ่งมีชีวิตสูญพันธุ์ไปถึง 75% (รวมถึงไดโนเสาร์) โดยกลุ่มสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมขนาดเล็กรอดดำรงชีวิตต่อมา เหตุการณ์นี้เป็นเสมือนพระประสงค์ในการจัดระเบียบโลกของอัลลอฮฺ องค์พระผู้เป็นเจ้า
อุกกาบาตที่พุ่งชนโลกตามทฤษฎีดั้งเดิมระบุว่าอาจเป็นดาวเคราะห์น้อยจากแถบหลักระหว่างดาวอังคารและดาวพฤหัสบดี แต่จากงานวิจัยที่ตีพิมพ์ในวารสาร [Scientific Reports โดยมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด (Harvard University)] (https:/ /www.nature. com/ articles/s41598-021-82320-2) เสนอทฤษฎีว่าวัตถุนี้เป็นไปได้ว่าอาจเป็นดาวหางคาบยาว (Long-period comet) ที่มีต้นกำเนิดมาจากเมฆออร์ท เมื่อพิจารณาการนำเสนอทฤษฎีทางธรณีวิทยาพบว่าสอดคล้องกับถ้อยความตามอัลกุรอานดังกล่าว แสดงถึงความมหัศจรรย์ของอัลกุรอาน หากถ้อยความนี้มิได้มาจากอัลลอฮฺ ย่อมไม่มีทางปรากฏให้ได้เห็น สุดท้ายต้องขอบคุณข้อมูลจากโปรแกรมเอไอ Gemini และ ChatGPT ที่ช่วยค้นคว้าข้อมูลส่วนใหญ่เพิ่มเติมจากข้อมูลที่มีอยู่
#drwinaidahlan, #ดรวินัยดะห์ลัน, #อัลกุรอาน, #Chicxulub, #ไดโนเสาร์
ดูน้อยลง

