เมื่อซูเราะฮฺ “อัลกาฟิรุน” พลิกผันมุสลิมในประวัติศาสตร์ให้กล้าแกร่งขึ้น

วันพรุ่งนี้วันเสาร์ที่ 11 เมษายน ค.ศ. 2026 ตรงกับวันที่ 23 เดือนเซาวาล (Shawwal) ฮิจเราะฮฺศักราช 1447 จะมีการเจรจาสันติภาพระหว่างผู้แทนรัฐบาลอิxราuกับสxรัฐoเมริกาที่อิสลามาบัด ปากีสถาน ผลสัมฤทธิ์คาดหมายได้ยาก บวกหรือลบขึ้นกับการตีความ หากมองย้อนกลับไปในประวัติศาสตร์อิสลาม การเจรจาลักษณะนี้เกิดขึ้นหลายครั้ง คล้ายคลึงกับครั้งนี้คือการเจรจาในนครมักกะฮฺ ค.ศ.614 แปดปีก่อนปีฮิจเราะฮฺ ปีนั้นเกิดการเจรจาครั้งสำคัญระหว่างท่านนบีมุฮัมมัด ศอลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม กับผู้นำเผ่ากุเรชซึ่งมองอิสลามด้วยสายตาไม่เป็นมิตรนัก

วันนั้นมีวะฮียฺจากอัลลอฮฺลงมายังท่านนบีคือ “ซูเราะฮฺอัลกาฟิรุน” (ผู้ปฏิเสธศรัทธา) [سورة الكافرون] เนื้อหาว่า “จงกล่าวเถิด มุฮัมมัดว่าโอ้บรรดาผู้ปฏิเสธศรัทธาเอ๋ย ฉันจะไม่เคารพภักดีสิ่งที่พวกท่านเคารพภักดีอยู่ และพวกท่านก็มิได้เป็นผู้เคารพภักดีพระเจ้าที่ฉันเคารพภักดี และฉันก็มิได้เป็นผู้เคารพภักดีสิ่งที่พวกท่านเคารพภักดี และพวกท่านก็มิได้เป็นผู้เคารพภักดีพระเจ้าที่ฉันเคารพภักดี สำหรับพวกท่านก็คือศาสนาของพวกท่าน และสำหรับฉันก็คือศาสนาของฉัน” อัลกาฟิรุน 109:1-6

นักปราชญ์ทางวิชาการอิสลามเห็นว่านี่คือ “คำประกาศอิสรภาพ” ของอิสลามต่อระบบความเชื่ออื่นทั้งหมด ซูเราะฮฺนี้ถูกประทานลงมาที่มักกะฮฺในปีที่ 4 ของอิสลาม อันเป็นปีแรกที่ท่านนบีมุฮัมมัดเริ่มเผยแผ่อิสลามแก่มวลชนภายนอกหลังสามปีที่เผยแผ่แก่คนในครอบครัวและบุคคลใกล้ชิด ผู้นำเผ่ากุเรชที่ทรงอิทธิพลในมักกะฮฺเวลานั้นเห็นว่าการกำเนิดของอิสลามจะกลายเป็นปัญหาจึงเสนอการเจรจาลักษณะว่าพวกเขาจะบูชาอัลลอฮฺหนึ่งปี หลังจากนั้นให้มุสลิมบูชาพระเจ้าของพวกเขาหนึ่งปี ท่านนบีรับฟังข้อเสนอแล้วท่านขอดุอาอฺและซูเราะฮฺนี้จึงถูกประทานลงมา ท่านนบีแจ้งเนื้อหาของซูเราะฮฺแก่ผู้นำกุเรชอันเป็นเสมือนคำประกาศอิสรภาพ

ซูเราะฮฺนี้ อิสลามได้กำหนดขอบเขตระหว่างอิสลามกับระบบความเชื่ออื่น เป็นเรื่องราวที่เกิดขึ้นภายใต้แรงกดดัน ในขณะที่อิสลามยังอ่อนแออยู่มาก มีผู้ศรัทธาไม่เกิน 60 คน อัลกาฟิรุนกำหนดแนวทางเตาฮีดเพื่อปกป้องพระเจ้าหนึ่งเดียว ปกป้องความบริสุทธิ์ของศรัทธา ปฏิเสธการผสมผสานอิสลามกับอุดมการณ์อื่น สอนให้มุสลิมบูชาอัลลอฮฺเพียงผู้เดียว โดยส่งเสริมการอยู่ร่วมกันอย่างสันติกับความเชื่ออื่น ซูเราะฮฺนี้กลายเป็นจุดพลิกผันนำไปสู่การเปลี่ยนประวัติศาสตร์ครั้งสำคัญในอิสลาม อิสลามที่อ่อนแอเวลานั้นแม้ได้รับแรงกดดันทว่ากลับกล้าแกร่งขึ้น

ท่านนบีอ่านซูเราะฮฺนี้คู่กับซูเราะฮฺอัลอิคลาสในสองรอกะอัตของละหมาดสุนนะฮฺฟะญัรเวลาเช้าก่อนศุบฮิ ละหมาดสุนนะฮฺหลังละหมาดมัฆริบ ละหมาดวิตริ ละหมาดสุนนะฮฺหลังตอวาฟในพิธีฮัจญฺและอุมเราะฮฺ นอกจากนี้ยังเป็นสุนนะฮฺสำหรับการนอนหลับโดยอ่านอัลกาฟิรุนก่อนนอน เป็นเสมือนคำปฏิญาณศรัทธาครั้งสุดท้ายของวันเพื่อให้พ้นจากการกระซิบซาบของชัยฏอน หลังการเจรจาที่อิสลามาบัดในปีนี้ ขอดุอาอฺให้มุสลิมได้อ่านซูเราะฮฺอัลกาฟิรุนมากครั้งขึ้น เพื่อสังคมโลกได้สงบสันติ อามีน

#drwinaidahlan, #ดรวินัยดะห์ลัน, #อัลกาฟิรุน, #อิxราน, #อิสลามาบัด

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *