เมตตาธรรมต่อเชลยศึกจากยุคนบีมุฮัมมัดสู่ยุคศอลาฮุดดินแห่งสงครามครูเสด
وَيُطۡعِمُوۡنَ الطَّعَامَ عَلٰى حُبِّهٖ مِسۡكِيۡنًا وَّيَتِيۡمًا وَّاَسِيۡرًا
“และพวกเขาให้อาหารเนื่องด้วยความรักต่อพระองค์แก่คนยากจน เด็กกำพร้าและเชลยศึก” อัลอินซาน 76:8
การให้ความเมตตาต่อคนยากไร้ ยากจน หนี้สินล้นพ้นตัว ผู้เดินทางที่ขาดแคลน ฯลฯ เป็นบัญญัติที่บังคับในรุก่นซะกาตสำหรับมุสลิมเป็นที่ยึดถือปฏิบัติกันทั่วไปอยู่แล้ว ทว่าการให้ความเมตตาต่อเชลยศึกดังที่ปรากฏเป็นบัญชาจากอัลลอฮฺ ศุบฮานะฮูวะตะอาลา อาจไม่เป็นที่คุ้นชินนัก หนึ่งในวัฒนธรรมอันงดงามของอิสลามคือความเมตตาที่มีต่อผู้ที่แม้เป็นเชลยศึกที่จ้องเอาชีวิตของเรา นี่คือหนึ่งในเรื่องราวที่ท่านนบีมุฮัมมัด ศอลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม ปฏิบัติอยู่หลายครั้งในยามศึกปรากฏเป็นบันทึกอยู่ในฮะดีษที่มีชื่อเสียงหลายชิ้น หนึ่งในตัวอย่างที่รู้จักกันดีคือเรื่องราวของ “ศุมามะฮฺ อิบนุ อุศาล” (ثمامة بن أثال Thumama ibn Uthal) ซึ่งจะขอเขียนถึงในที่นี้
ใครเดินทางไปฮัจญฺหรืออุมเราะฮฺและมีโอกาสเยี่ยมเยียน “เราเฎาะฮฺ” (พื้นที่ระหว่างบ้านท่านนบีมุฮัมมัดและมิมบัรในมัสยิด) (الروضة Rawdah) ของมัสยิดอัลนะบะวียฺในมะดีนะฮฺ บริเวณนั้นมีเสางดงามอยู่ 8 ต้น เรียกว่า “อะซาฏีน” เป็นเสารับน้ำหนักโดมเขียวบนหลังคามัสยิด นอกจากเสา 8 ต้นนี้ในมัสยิดอัลนะบะวียฺยุคต้นยังมีเสาต้นอื่น ๆ อีก “ศุมามะฮฺ อิบนุ อุศาล” ผู้นำเผ่าบะนีหะนีฟะฮฺแห่งแคว้นยะมามะฮฺ หนึ่งในศัตรูตัวฉกาจของอิสลามในยุคเริ่มต้นสร้างอาณาจักรอิสลามในมะดีนะฮฺ เคยถูกมัดไว้กับเสาต้นอื่น ๆ ที่ว่านี้ในเขตมัสยิดอัลนะบะวียฺ เรื่องราวมีอยู่ว่าในอดีตยุคท่านนบีมุฮัมมัด ศุมามะฮฺถูกจับตัวเป็นเชลยและถูกมัดไว้กับเสาต้นหนึ่งในมัสยิดอัลนะบะวียฺโดยถูกมัดอยู่หลายวัน ระหว่างถูกมัดนั้นศุมามะฮฺได้รับการดูแลอย่างดีด้วยน้ำและอาหาร สำคัญคือด้วยเมตตาธรรมของท่านนบีมุฮัมมัดที่แวะมาเยี่ยมเยียน พูดคุยกับศุมามะฮฺที่มองท่านนบีเป็นศัตรู
ศุมามะฮฺต่อต้านการกำเนิดของรัฐอิสลาม มีความพยายามลอบสังหารท่านนบีหลายครั้งทั้งยังสังหารศอฮาบะฮฺหลายท่านไปแล้ว เมื่อถูกจับตัวได้ในฐานะเชลยศึก ท่านนบีให้มัดศุบาบะฮฺไว้กับเสาต้นหนึ่งในมัสยิด เพื่อให้ศุมามะฮฺได้เห็นกิจกรรมของมุสลิมในมัสยิดได้ชัดเจน ผ่านไปหลายวันศุมามะฮฺเห็นว่าอิสลามสอนให้มุสลิมมีเมตตาต่อผู้อื่น โดยเฉพาะกับผู้ยากไร้ หรือแม้แต่ต่อเชลยศึก อิสลามมิได้ก้าวร้าว โหดร้าย ขาดศีลธรรมดังเช่นเรื่องราวที่ศุมามะฮฺเคยได้ยินมา สุดท้ายศุมามะฮฺซึมซับจริยวัตรของท่านนบีรวมถึงของมุสลิมทั้งหลาย จิตใจเริ่มอ่อนโยนลง ท่านนบีจึงสั่งปล่อยตัวศุมามะฮฺกลับสู่ภูมิลำเนา หลังจากนั้นศุมามะฮฺเข้ารับอิสลามและกลายเป็นหนึ่งในศอฮาบะฮฺของท่านนบี วันเวลาจากวันนั้นผ่านมาจนถึงยุคสงครามครูเสดครั้งที่ 3 นำทัพมุสลิมโดย ศอลาฮุดดีน อัลอัยยูบี ระหว่าง ค.ศ.1189 – 1192 ศอลาฮุดดินผู้นี้มีชื่อเสียงอย่างยิ่งในประวัติศาสตร์โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องเมตตาธรรมต่อเชลยศึก รับรู้เรื่องราวของศุมามะฮฺแล้วจึงรู้ว่าศอลาฮุดดินนำแบบอย่างความเมตตานี้มาจากผู้ใด
#drwinaidahlan, #ดรวินัยดะห์ลัน, #ศุมามะฮฺ, #นบีมุฮัมมัด, #เมตตาต่อเชลยศึก
ดูน้อยลง

