“เจลาตินวัว” เหตุใดจึงปนเปื้อนเจลาตินสุกรได้บ่อย

มารู้จักเจลาตินกันก่อน “เจลาติน” (Gelatin) คือโปรตีนกลุ่มหนึ่งที่สกัดได้จากคอลลาเจน (Collagen) ในเนื้อเยื่อสัตว์ เช่น กระดูก หนัง ข้อต่อสัตว์ เช่น สุกร วัว ปลา โดยผ่านการสกัดด้วยน้ำร้อนและกระบวนการกรดหรือด่างกระทั่งได้สารเหนียวหนืดที่สามารถเซตตัวเป็นเจลเมื่อได้รับความเย็น นำมาใช้ประโยชน์ในหลายอุตสาหกรรม ได้แก่ อาหาร ยา ผลิตภัณฑ์สุขภาพ เครื่องสำอาง รวมไปถึงกระดาษและภาพถ่าย

ข้อมูล ค.ศ.2024-2026 โลกอุตสาหกรรมใช้เจลาติน 0.5-0.8 ล้านเมตริกตันต่อปี วัตถุดิบ 46%-53% คือหนังสุกร (Porcine Skin) 29% – 35% คือหนังวัว (Bovine Hides) ใช้ในผลิตภัณฑ์ฮาลาลและโกเชอร์ 23% คือกระดูกวัวและสุกร (Bovine & Porcine Bones) บริสุทธิ์สูงจึงนิยมใช้ในอุตสาหกรรมยา 1.5% – 2% คือปลาและแหล่งอื่น (Marine & Others) เห็นได้ว่าเจลาตินจากหนังสุกรต้นทุนต่ำ คุณภาพดี สุกรเลี้ยงง่าย โตเร็ว การรับรองฮาลาลหรือโคเชอร์จึงมักประสบปัญหาเนื่องจากผู้ผลิตจำนวนหนึ่งพยายามลดต้นทุน การปนเปื้อนเจลาตินสุกรทั้งโดยเจตนาและไม่เจตนาจากผู้ประกอบการที่ขาดความรู้และ/หรือความรับผิดชอบจึงพบได้บ่อย

การปนเปื้อนเจลาตินสุกรในเจลาตินวัวและปลาเกิดขึ้นในหลายจุดของห่วงโซ่อุปทาน เป็นต้นว่า การใช้โรงงานร่วมกัน ใช้ท่อส่ง ระบบกรอง พื้นผิวอบแห้งเดียวกัน อาจจัดเก็บหรือขนส่งร่วมกัน อนุภาคสุกรจึงปนเปื้อนลงในเจลาตินวัวและปลา อีกหนึ่งปัญหาคือกระบวนการทำให้เป็นด่างเพื่อสลายโครงสร้างคอลลาเจนในหนังและกระดูกวัว ใช้เวลานาน 6 ถึง 20 วัน หรืออาจหลายเดือน เจลาตินวัวจึงเสียเปรียบเจลาตินสุกรซึ่งใช้กระบวนการกรดที่เร็วกว่าโดยใช้เวลา 10 ถึง 48 ชั่วโมง ใช้เวลารวมไม่ถึงหนึ่งเดือน เจลาตินสุกรจึงผลิตได้เร็วทั้งราคาถูกกว่า เจลาตินที่ผลิตจากประเทศที่ไม่ใช่มุสลิม หรือแม้แต่ในประเทศมุสลิมทว่ากระบวนการผลิตและตรวจสอบมีคุณภาพต่ำ การปนเปื้อนหรือแม้แต่การผสมเจลาตินสุกรลงในเจลาตินวัวโดยเจตนาจึงเป็นปัญหาที่พบได้บ่อย จำเป็นต้องทวนสอบอย่างเข้มงวด ทั้งอาจจำเป็นต้องตรวจสอบความบริสุทธิ์ของเจลาตินโดยใช้การวิเคราะห์ทางวิทยาศาสตร์ฮาลาล

ในการตรวจสอบความบริสุทธิ์ของเจลาติน ก่อนอื่นต้องตระหนักว่าการแปรรูปคอลลาเจนหรือโปรตีนอื่นให้เป็นเจลาตินใช้กระบวนการที่ผ่านความร้อนสูง ปฏิกิริยารุนแรงของกรดหรือด่าง DNA ที่มีอยู่อาจถูกทำลายจนหมด การตรวจ DNA จึงทำได้ยากในห้องปฏิบัติการส่วนใหญ่ มีเฉพาะบางห้องปฏิบัติการ เช่น ศูนย์วิทยาศาสตร์ฮาลาล จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ที่สามารถทำได้ การตรวจสอบการปนเปื้อนทั่วไปนิยมใช้เทคนิค ELISA โดยใช้แอนติบอดีเพื่อระบุโปรตีนเฉพาะสายพันธุ์ หรือใช้เทคนิค LC-MS/MS ที่แม่นยำสูง นอกจากนี้ยังอาจใช้วิธีการทางเมตาโบโลมิกส์ วิเคราะห์สารเมตาโบไลต์ เช่น ทริปโตเฟน หรือกรดอะมิโนเฉพาะ ที่แตกต่างกันไปในแต่ละสายพันธุ์ ผู้บริหารทั้งโรงงานผลิตเจลาตินและองค์กรศาสนาอิสลามจึงควรให้ความสำคัญกับกระบวนการตรวจสอบ

#drwinaidahlan, #ดรวินัยดะห์ลัน, #เจลาติน, #ศูนย์วิทยาศาสตร์ฮาลาล, #gelatin, #หะรอม

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *