ผมเดินทางมาโซล เกาหลีใต้ ครั้งแรกเมื่อ ค.ศ.1998 หลังวิกฤติเศรษฐกิจต้มยำกุ้งเพียงปีเดียว เกาหลีใต้เวลานั้นประสบปัญหาหนักหนาสาหัสพอกับประเทศของเรา ในปีนั้น GDP ต่อหัวต่อปีของเกาหลีใต้คือ 8,280 USD สูงกว่าประเทศไทย 2.5 เท่า ทว่าหลังจากนั้นเศรษฐกิจเกาหลีใต้ก็ติดจรวด ถึง ค.ศ.2024 GDP ต่อหัวต่อปีของเกาหลีใต้เพิ่มเป็น 36,024 สูงกว่าประเทศไทย 4.8 เท่า แสดงว่าตลอดช่วงเวลา 27 ปี เศรษฐกิจเกาหลีใต้โตเร็วกว่าประเทศไทย 1.92 เท่า เอาเป็นว่าเกือบสองเท่าก็แล้วกัน
ใน ค.ศ.1998 สมาพันธ์มุสลิมเกาหลีรายงานว่าเกาหลีใต้ทั้งประเทศมีมุสลิม 10,000 คน เมื่อถึง ค.ศ.2024 มุสลิมเกาหลีใต้เพิ่มขึ้นเป็น 180,000 คนหรือเพิ่มขึ้น 18 เท่า เศรษฐกิจเกาหลีใต้ว่าโตรวดเร็วแล้ว การเติบโตของมุสลิมในเกาหลีใต้รวดเร็วยิ่งกว่าแทบจะเป็นจรวดติดเทอร์โบ จึงไม่แปลกใจเลยที่เกาหลีใต้โดยเฉพาะอย่างยิ่งภาครัฐบาลให้ความสนใจกับตลาดฮาลาลและเศรษฐกิจฮาลาลอย่างมาก องค์กรรับรองฮาลาลที่มีสองสามแห่งในเกาหลีใต้แจ้งผมว่าในยุคที่เศรษฐกิจใหม่กำลังก้าวเข้ามาอย่างรวดเร็ว เกาหลีใต้จะให้ความสนใจกับวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเพื่อการรับรองฮาลาลให้มากขึ้น ในอดีตเคยให้ความสนใจอยู่แล้ว ครั้งใหม่นี้จะสนใจเพิ่มมากยิ่งกว่า ทำคล้ายกับว่าจะเป็นผู้นำทางด้านนี้ให้ได้ว่ากันอย่างนั้น
ช่วงวันที่ 13-14 สิงหาคม 2025 เกาหลีใต้จัดงานครบรอบ 70 ปีสมาพันธ์มุสลิมเกาหลี มีการจัดสัมมนานานาชาติด้านเศรษฐกิจฮาลาลพร้อมกันไปด้วย มีการเชิญวิทยากรด้านฮาลาลจาก 5 ประเทศ ได้แก่ อินโดนีเซีย มาเลเซีย เตอร์เคีย ซาอุดีอาระเบีย และประเทศไทยมาให้ความรู้ด้านเศรษฐกิจฮาลาลแก่นักธุรกิจเกาหลีใต้ วิทยากรแต่ละคนเป็นบุคคลระดับบริหารองค์กรนานาชาติในแต่ละประเทศ มีผมคนเดียวที่เป็นนักวิทยาศาสตร์ เข้าใจว่าทางเกาหลีใต้อยากรู้ว่าเวลานี้ความก้าวหน้าด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีก้าวไปไกลถึงไหนแล้ว เขามองว่าประเทศไทยโดยศูนย์วิทยาศาสตร์ฮาลาล จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยคือผู้นำในสาขานี้จึงเชิญผมมาบรรยายโดยให้เป็นวิทยากรหลัก จัดการต้อนรับขับสู้ผมและ ดร.อาณัฐ เด่นยิ่งโยชน์ เป็นอย่างดี เรียกว่าแทบจะอุ้ม
มูลค่าเศรษฐกิจอาหารและการเกษตรโลกใน ค.ศ.2024 มีมูลค่า 2.25 ล้านล้าน USD ในส่วนนี้คิดเป็นมูลค่าจากมุสลิมทั้งโลกเพียง 17% หรือ 382.5 พันล้าน USD ส่วนที่น่าสนใจคือ 72% ของตลาดที่มิใช่มุสลิมสามารถปรับเป็นฮาลาลได้ ย่อมหมายความว่าตลาดอาหารและการเกษตรที่มีศักยภาพมากพอจะเป็นตลาดฮาลาลมีมูลค่าสูงถึง 2 ล้านล้าน USD อย่างไรก็ตามการทำเข่นนั้นได้จำเป็นต้องสร้างความมั่นใจด้านความปลอดภัยให้แก่ผู้บริโภคให้ได้ด้วย วิธีที่ดีที่สุดคือการใช้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีโดยเฉพาะอย่างยิ่งในยุคเศรษฐกิจใหม่จำเป็นต้องนำเอาเทคโนโลยีดิจิตอลและเอไอเข้ามาประยุกต์ใช้ในงานฮาลาล ประเทศไทยพัฒนางานทางด้านนี้สำเร็จเป็นที่เรียบร้อยแล้ว จึงยินดีที่จะแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และประสบการณ์กับทางเกาหลีใต้ การบรรนายของผมสรุปไปในทำนองนั้น
#drwinaidahlan, #ดรวินัยดะห์ลัน, #เศรษฐกิจฮาลาล, #เกาหลีใต้, #koreanmuslimfederation

