แต่ก่อนปัญหาใหญ่ทางสุขภาพของคนไทยคือโรคขาดโปรตีนและพลังงาน มาวันนี้กลายเป็นโรคอ้วน (Obesity) ไปแล้ว ผู้คนจึงแสวงหาวิธีการลดน้ำหนักตัว อาหารสูตรคาร์โบไฮเดรตต่ำหรือโลว์คาร์บ (Low carb diet) กลายเป็นทางเลือกอันดับต้น เคยเขียนเรื่องอาหารโลว์คาร์บลดน้ำหนักตัวได้อย่างไรมาแล้ว ครั้งนี้ขออธิบายหน่อยว่าเมื่อเลือกอาหารโลว์คาร์บแล้วจำเป็นต้องระวังตัวกันอย่างไรบ้าง เพื่อให้ปลอดภัยในการเลือกบริโภคอาหารโลว์คาร์บ
รู้กันอยู่ว่าความอ้วนคือร่างกายสะสมเซลล์ไขมัน ตามปกติ อาหารคาร์โบไฮเดรตหรือแป้งและน้ำตาลไม่ได้เปลี่ยนเป็นไขมันโดยตรง โดยถูกนำไปสร้างพลังงานก่อน ส่วนที่เหลือจึงสะสมเป็นไกลโคเจน จากนั้นจึงสะสมเป็นไขมัน ในทางโภชนาการ การกินอาหารแต่ละมื้อร่างกายได้พลังงานมากเกินเสมอ พลังงานส่วนที่เหลือถูกเปลี่ยนเป็นไกลโคเจนสะสมไว้ในกล้ามเนื้อและตับ กระทั่งเก็บไว้เต็มที่แล้ว ส่วนที่เหลือจึงถูกนำไปเก็บในรูปไขมัน การเปลี่ยนที่ว่านี้เกิดขึ้นง่ายและรวดเร็วไม่ได้มีอะไรเป็นปัญหา
ปัจจัยที่ช่วยเปลี่ยนคาร์โบไฮเดรตไปเป็นไขมันคือฮอร์โมนอินสุลินโดยตัวที่กระตุ้นการหลั่งอินสุลินคือกลูโคสที่มาจากคาร์โบไฮเดรต นี่เองที่เป็นความเกี่ยวพันระหว่างการบริโภคคาร์โบไฮเดรตกับการสะสมไขมันในร่างกาย การบริโภคแป้งหรือคาร์โบไฮเดรตสูงเกินไปจึงทำให้อ้วนง่าย ยิ่งบริโภคในรูปน้ำตาลหรือไซรัปฟรุคโตสซึ่งยิ่งกินยิ่งโหยก็ยิ่งอ้วนได้ง่าย อยากลดความอ้วน แนวทางที่ดีจึงเป็นเรื่องการลดคาร์โบไฮเดรตหรือลดแป้งและน้ำตาล แต่การบริโภคอาหารโลว์คาร์บ แป้งต่ำน้ำตาลต่ำ หากบริโภคไม่ถูกวิธีย่อมสร้างปัญหาได้
สิ่งที่ควรรู้คือแหล่งอาหารคาร์โบไฮเดรต อย่างเช่น แป้ง ผักผลไม้ มีสารอาหารจำเป็นอยู่หลายกลุ่ม ทั้งวิตามิน เกลือแร่ สารไฟโตนิวเทรียนท์ ใยอาหาร การลดอาหารกลุ่มคาร์โบไฮเดตลงจึงอาจทำให้ขาดสารอาหารหลายกลุ่ม หากขาดใยอาหารย่อมทำให้ท้องผูก บางกรณียังเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคหัวใจและหลอดเลือดเนื่องจากหันไปหาอาหารไขมัน หากไม่ควบคุมไขมันอิ่มตัวย่อมสร้างปัญหาขึ้นได้ อาหารโลว์คาร์บอย่างอาหารคีโตเจนิกเองอาจก่อผลข้างเคียง เช่น ความเหนื่อยล้า ปวดหัว สมองเบลอ ต้องระวังกันไว้หน่อย
อาหารโลว์คาร์บอาจเสี่ยงต่อการขาดสารอาหาร เช่น วิตามินดี วิตามินบีบางชนิด และโพแทสเซียม อีกปัญหาที่พบบ่อยคือเสี่ยงต่อภาวะซึมเศร้าและวิตกกังวลที่เพิ่มขึ้นจากความไม่สมดุลของฮอร์โมนบางกลุ่ม ทั้งอาจเสี่ยงต่อนิ่วในไตและโรคเกาต์ รวมถึงโรคกระดูกพรุนอันเป็นผลจากการเสริมโปรตีนสูงควบคู่ไปกับอาหารโลว์คาร์บซึ่งอาจทำให้ร่างกายขับแคลเซียมออกมากขึ้น ส่งผลให้เกิดโรคกระดูกพรุนขึ้นได้ การเลือกบริโภคอาหารโลว์คาร์บอาจจำเป็นต้องเสริมสารอาหารบางกลุ่ม เช่น วิตามิน เกลือแร่ ใยอาหาร สารไฟโตนิวเทรียนท์ จึงต้องระวังไว้หน่อย
#drwinaidahlan, #ดรวินัยดะห์ลัน, #อาหารโลว์คาร์บ

