เรื่องราวของยูซุฟ อิบนฺ ตัชฟิน ก่อน ค.ศ.1061 ไม่มีบันทึกไว้ รู้เพียงว่าอบูบักรฺ อิบนฺ อุมัร เมื่อเชิญชวนยูซุฟให้เป็นผู้ปกครองอัลโมราวิดร่วมกันถึงขนาดยกภรรยาของตนซึ่งเป็นเศรษฐีนีที่ร่ำรวยที่สุดในเมืองอักมัต (Aghmat) ให้ หลังจากนั้นยูซุฟนำทัพเข้ายึดเมืองเฟซ (Fez) ได้ใน ค.ศ.1075 เมืองแทนเจียร์ (Tangier) ใน ค.ศ.1079 เมืองเตลมเซน (Tlemcen) ใน ค.ศ.1080 เมืองจูตา (Ceuta) ใน ค.ศ.1083 เมืองอัลเจียร์ (Algier) เมืองเตเนส (Tenes) และเมืองโอราน (Oran) ใน ค.ศ.1082-83 ความสามารถเอกอุด้านการรบเช่นนี้เองจึงทำให้ใน ค.ศ.1086 บรรดาอามิรของไทฟายกขบวนเข้ามาร้องขอให้ยูซุฟยกกองทัพจากอัฟริกาไปปกป้องอันดาลุสไว้ นั่นคือที่มาของศึกแห่งซากราจาสในปีเดียวกันซึ่งยูซุฟได้ชัยชนะต่อกองทัพคริสเตียนอย่างเด็ดขาดความวุ่นวายที่เกิดขึ้นในโมรอคโคจากการเสียชีวิตของอบูบักรฺ อิบนฺ อุมัร ผู้ปกครองร่วมอัลโมราวิดทำให้ยูซุฟต้องเร่งยกกองทัพกลับใน ค.ศ.1087 จากนั้นจึงยกกลับไปอันดาลุสอีกครั้งหนึ่งใน ค.ศ.1090 สถานการณ์เวลานั้นแม้ยังรักษาแผ่นดินอันดาลุสไว้ได้ ทว่าจากพฤติกรรมการปกครองของบรรดาอามิรไทฟาทั้งหลายที่ต่างฝ่ายต่างเก็บภาษีในลักษณะขูดรีดกับประชาชน ยูซุฟแม้ไม่ใช่นักวิชาการศาสนาแต่เคร่งครัดในหลักการอิสลามค่อนข้างมากเห็นว่าหากปล่อยไทฟาให้ปกครองกันอย่างอยุติธรรมอย่างนั้น ทั้งยังแตกแยกชิงดีชิงเด่นกันอย่างที่เป็นอยู่ อีกไม่นานเมื่อทัพรีคองเกสตากลับมาเข้มแข็งอีกครั้งหนึ่งอันดาลุสคงมีอันต้องจบสิ้น นอกจากนี้แล้ว ทัพรีคองเกสตาในเวลานั้นยังได้ขุนพลมือดีคือ “โรดริโก ดิแอส เดอ วิวาร์” (Rodrigo Diaz de Vivar) ที่มีฉายาว่า “เอลซิด” (El Cid) เข้ามาช่วยอีก จึงจำเป็นต้องเร่งสร้างขวัญกำลังใจให้กับพลเรือนรวมทั้งกองทัพมุสลิมในอันดาลุส คิดได้ดังนั้น ใน ค.ศ.1090 ถึง 1091 นั้นเองยูซุฟตัดสินใจส่งอามิรหรือผู้นำของทุกไทฟายกเว้นซาราโกซา (Zaragoza) ไปยังเมืองมาร์ราเกซและอักมัต ก่อนประกาศผนวกการปกครองของอันดาลุสเข้ากับอาณาจักรอัลโมราวิดในโมรอคโค เปิดศักราชใหม่ของอาณาจักรมุสลิมสเปนในฐานะส่วนหนึ่งของอัลโมราวิดในอัฟริกา เมืองสำคัญที่สมควรต้องนำกลับมาให้กับอันดาลุสอีกครั้งคือบาเลนเซีย (Valencia) และโทเลโด (Toledo) ซึ่งสูญเสียให้ทัพรีคองเกสตาใน ค.ศ.1085 ยูซุฟเมื่อผนวกอันดาลุสเข้ากับอัลโมราวิดแล้วได้มอบหมายให้กองทัพเข้าชิงบาเลนเซียคืน แต่งานไม่ง่ายทั้งใช้ระยะเวลานาน ทำศึกกันหลายครั้ง ยูซุฟเองย้อนกลับมานำทัพด้วยตนเองใน ค.ศ.1097 ฝ่ายรีคองเกสตาสูญเสียลูกชายของเอลซิดในที่รบปีนั้น ขณะที่ฝ่ายอัลโมราวิดสูญเสียเช่นกัน ยูซุฟเดินทางกลับไปมาร์ราเกซก่อนกลับมาบัญชาการรบอีกครั้งใน ค.ศ.1099 บาเลนเซียถูกกองทัพมุสลิมล้อมสองเดือนกระทั่งขาดอาหารเป็นผลให้เอลซิดเสียชีวิต บาเลนเซียจึงสูญเสียแก่มุสลิมในปีต่อมา ก่อนถอนทัพ กษัตริย์อัลฟองโซที่ 6 สั่งเผามัสยิดใหญ่แห่งบาเลนเซียเป็นเถ้าถ่าน สถาปัตยกรรมทรงคุณค่าของชนอาหรับ-เบอร์เบอร์ถูกทำลายลงอีกชิ้นหนึ่งอย่างน่าเสียดาย สงครามไม่ได้ให้ประโยชน์อะไรกับใครเลยจริงๆ #drwinaidahlan, #ดรวินัยดะห์ลัน, #มุสลิมสเปน

