ผู้ใหญ่ในสังคมมุสลิมที่ผมเคารพรักมีอยู่หลายท่าน หนึ่งในนั้นคืออาจารย์บุคอรี บินรามัญ จำไม่ได้ว่าผมรู้จักท่านครั้งแรกเมื่อไหร่ แต่คงเป็นหลัง พ.ศ.2538 ที่ผมเข้ามาทำงานเรื่องฮาลาล และเริ่มรู้จักกับผู้คนในแวดวงสังคมมุสลิม ก่อนหน้านั้น ผมทำงานทางวิชาการด้านวิทยาศาสตร์การแพทย์ รู้จักกับผู้คนในสังคมมุสลิมค่อนข้างน้อย
อาจารย์บุคอรี บินรามัญ ที่ผมรู้จักเป็นผู้ใหญ่ใจดี ยิ้มแย้มแจ่มใสตลอดเวลา ท่านให้ความเมตตากับผมมาก อาจเป็นเพราะท่านเห็นว่าในสังคมมุสลิมมีนักวิชาการด้านวิทยาศาสตร์ไม่มากนัก ผมเป็นหนึ่งในจำนวนนั้น เจอกับผมคราใด ท่านก็มักชวนพูดคุยเรื่องงานที่ผมทำ คุยเรื่องตนเองค่อนข้างน้อย ใส่ใจกับเรื่องราวของคู่สนทนามากกว่า ผมจึงรู้จักท่านน้อยกว่าที่ท่านรู้จักผม นี่คือบุคลิกภาพที่หาได้ยาก เป็นผู้ใหญ่ที่น่าเคารพอย่างยิ่ง
ท่านมีบุคลิกภาพแข็งแรง อารมณ์แจ่มใส ยิ้มแย้มอยู่เสมอ จนผู้คนมักลืมไปว่าท่านอายุ 90 ปีแล้ว ผมพบท่านครั้งสุดท้ายที่มูลนิธิศูนย์กลางอิสลามแห่งประเทศไทยเมื่อไม่นานมานี้เอง ยังกระฉับกระเฉง ไม่มีร่องรอยของอาการป่วย ผมจึงตกใจเมื่อทราบข่าวว่าท่านจากพวกเราไปแล้ว เมื่อวานนี้ เสาร์ที่ 19 ตุลาคม 2567 ทำนองว่าท่านหลับไปเฉย ๆ กลับไปสู่อัลลอฮฺ ศุบฮานะฮูวะตะอาลา ที่ท่านรัก เคารพ และเทิดทูน
“อินนาลิลลาฮิ วะอินนาอิลัยฮิรอญิอูน แท้จริงเราเป็นกรรมสิทธิ์ของอัลลอฮฺ และแท้จริงเราต้องกลับไปหาพระองค์“ ขออัลลอฮฺทรงคุ้มครองอาจารย์บุคอรี บินรามัญ ด้วยเทอญ #บุคอรีบินรามัญ, #ดรวินัยดะห์ลัน, #drwinaidahlan
ประวัติของท่านอาจารย์บุคอรี บินรามัญ
ท่านเกิดวันที่ 4 เมษายน 1934 (พ.ศ.2477)
เป็นบุตรของอับดุลฟัตตาห์ บินรามัญ (บินอับดุลเราะห์มาน) กับ นางเจิม ระดิ่งหิน
ท่านเป็นบุตรคนที่ 8 ในจำนวนพี่น้องทั้งหมด 11 คน
ประวัติการศึกษาของท่าน
ท่านเริ่มศึกษาที่ร.รสามัคคีบำรุงทุ่งครุ ราษฎร์บรูณะในระดับชั้นประถมศึกษา1-4
เริ่มเรียนกรุอ่านฟัรฎู ฟัรฎูอีนครั้งแรกกับโต๊ะกีดำ(จบจากมะกะฮ์) และมาเรียนต่อกับครูสุฮัยมี จากนั้นมาศึกษาภาษาอรับและภาษามาลายูต่อที่ร.รอิสลามศรีอยุธยาเป็นเวลา 5 ปี ต่อจากนั้นท่านได้ศึกษาต่อหลักสูตรสามัญควบคู่กับภาษาอาหรับจนจบมัธยมศึกษาปีที่ 1-3 (ท่านใช้เวลาศึกษาเพียง 2 ปีจบ) และในระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4-มัธยมศึกษาปีที่ 6 (ท่านศึกษาเพียง 2 ปีจบ) พร้อมกับจบหลักสูตรภาษาอาหรับ ต่อมาท่านได้ทุนศึกษาต่อที่ร.รอิสลามวิทยาลัยแห่งประเทศไทยในระดับชั้นมัธยมศึกษา7-8 (ท่านใช้เวลาศึกษาเพียง 1 ปี) จากนั้นท่านได้ศึกษาต่อที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ คณะนิติศาสตร์ เมื่อพ.ศ2511 ต่อมาได้ย้ายคณะไปอยู่คณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์2ปี
ท่านได้ทุนของมหาวิทยาลัยอัลอัชฮัรและได้ไปศึกษาต่อยังประเทศอิยิปต์ ท่านศึกษาคณะอูซูลุดดีน1ปี แล้วย้ายไปศึกษาต่อที่มหาวิทยาลัยไคโร คณะเศรษศาสตร์และการเมือง 1 ปี จากนั้นไปศึกษาต่อคณะนิติศาสตร์ทั่วไป 1 ปี และย้ายไปศึกษาที่มหาวิทยาลัยอัยนซัม คณะอักษรศาสตร์ ภาษาอังกฤษ 1ปี รวมทั้งสิ้นท่านได้ศึกษาในระดับมหาวิทยาลัย 7 คณะ 4 มหาวิทยาลัย ท่านมักจะสอนลูกเสมอว่า จงเอาตัวอย่างพ่อที่เรียนทนและทนเรียน แต่อย่าเอาตัวอย่างที่ขี้เกียจดูหนังสือ ท่านได้ศึกษาจบปริญญาตรีจากมหาวิทยาลัยอัรอัชฮัร คณะซะรีอะฮ์(กฎหมายอิสลาม)
ประวัติการทำงานของท่าน
ท่านได้ทำงานอยู่สถานทูตไทย ณ.กรุงไคโร เป็นเวลา 7 ปี เมื่อกลับมาประเทศไทย ท่านทำงานสถานทูตซาอุดิอารเบียอีก 7 ปี ขณะที่ทานได้ทำงานที่สถานทูตอยู่นั้นทางมหาวิทยาลัยรามคำแหงได้เชิญท่านห้ไปสอนวิชากฎหมายอิสลาม คณะนิติศาสตร์ ท่านสอนตั้งแต่พ.ศ2518 ซึ่งท่านเป็นอาจารย์ผู้บรรยายพิเศษ
ประวัติครอบครัวของท่าน
ท่านได้สมรสกับคุณสุมาลี วารีย์ บุตรฮัจยีญะมาล(อดีตประธานคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดเชียงใหม่คนแรก)-นางสุดา วารีย์ ) เมื่อพ.ศ.2518
ท่านมีบุตรจำนวน 2 คน
คือคุณมุสตอฟา และคุณอัสมาบุตรสาว (ได้สมรสกับMr.Ibbahim Ahmet Uyan ชาวตุรกี) และมีหลานสาวจำนวน 3 คน
ขออัลลอฮ์ สุบหฯ ทรงโปรดเมตตาอภัยโทษให้แก่ท่านและรับท่านไว้ในสวรรค์ที่ดียิ่ง ของพระองค์ตลอดไปด้วยเทอญ อามีน

