“อัลกุรอาน” คัมภีร์ที่ถูกท้าทายและถูกพิสูจน์ซ้ำแล้วซ้ำเล่าตลอดประวัติศาสตร์

The Quran, a scripture that has been challenged and refuted time and again throughout history.

اَفَلَا يَتَدَبَّرُوۡنَ الۡقُرۡاٰنَ وَلَوۡ كَانَ مِنۡ عِنۡدِ غَيۡرِ اللّٰهِ لَوَجَدُوۡا فِيۡهِ اخۡتِلَافًا كَثِيۡرًا‏

“พวกเขาไม่พิจารณาดูอัลกุรอานบ้างหรือ? และหากว่า อัลกุรอานมาจากผู้ที่มิใช่อัลลอฮฺแล้ว แน่นอนพวกเขาก็จะพบว่าในนั้นมีความขัดแย้งกันมากมาย” อัลนิซาอฺ 4:82

เมื่อกว่า 1,400 ปีล่วงมาแล้ว อัลกุรอานใช้เวลานาน 23 ปีให้ได้ 6,236 โองการใน 114 บท มุสลิมเชื่อมั่นว่าผู้ประพันธ์คืออัลลอฮฺ ศุบฮานะฮูวะตะอาลา ทว่าผู้มิใช่มุสลิมจำนวนไม่น้อยตั้งข้อสงสัย ข้างต้นคือโองการในอัลกุรอานที่ท้าทายมนุษย์ให้ค้นหาข้อความที่ผิดพลาด “และหากพวกเจ้าอยู่ในความสงสัยเกี่ยวกับสิ่งที่เราได้ประทานลงมาแก่บ่าวของเรา (มุฮัมมัด) ก็จงนำมาสักบทหนึ่งที่เยี่ยงอย่างนั้น และจงเชิญชวนผู้ช่วยของพวกเจ้าอื่นจากอัลลอฮฺ หากพวกเจ้าเป็นผู้พูดจริง” อัลบะเกาะเราะฮฺ 2:23 นี่คืออีกหนึ่งโองการที่ท้าทาย ทั้งยังมีโองการอื่นอีก เช่น อัลอิสรออฺ 17:88, ฮูด 11:13 ปรากฏว่าตลอดระยะเวลากว่า 1,400 ปีที่ผ่านมา ยังไม่มีผู้ใดสามารถนิพนธ์ภาษาอาหรับให้ได้จังหวะและท่วงทำนอง (Rhythm) เนื้อหา (Substance) และอิทธิพล (Impact) ได้ใกล้เคียงอัลกุรอานเลย

ปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence) หรือเอไอ ที่พัฒนาขึ้นระยะหลังถูกนำมาใช้เพื่อพิสูจน์อัลกุรอาน ทุกเอไอไม่พบว่าใครคือผู้ประพันธ์อัลกุรอาน โดยยืนยันว่ามิใช่นบีมุฮัมมัด ศอลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม เอไอเชื่อได้หรือไม่ คงต้องเข้าใจวิธีหาคำตอบของเอไอกันก่อน เอไอใช้กระบวนการทางสถิติและฐานข้อมูลที่สะสมกันมาตลอดหลายสิบปีในอินเตอร์เน็ต เอไอฝึกฝนอย่างยาวนานกับข้อมูลมหาศาลเหล่านั้น (Pre-training) เอไอทำความเข้าใจเจตนาของผู้ถาม (Natural Language Understanding) กำหนดหัวข้อหลักที่ผู้ถามต้องการ ใช้เทคนิค RAG (Retrieval-Augmented Generation) เพื่อสร้างความแม่นยำ จากนั้นจึงกรองและคัดเลือกคำตอบ (Fine-tuning & Alignment) สร้างกระบวนการตรวจสอบตัวเอง (Self-Correction) ว่าคำตอบนั้นถูกต้องจริง

เมื่อตั้งคำถามเรื่องความถูกต้องของอัลกุรอาน เอไอให้คำตอบออกมาชัดถ้อยชัดคำว่าไม่สามารถเสาะหาได้ว่าใครคือผู้ประพันธ์ ก่อนหน้านี้มีปราชญ์ชาวตะวันตกหลายท่านพยายามจับผิดอัลกุรอาน ตัวอย่างเช่น ดร.แกรี่ มิลเลอร์ (Gary Miller) อดีตนักคณิตศาสตร์และนักเผยแผ่ศาสนาคริสต์ชาวแคนาดา ดร.มอริส บูไคย์ (Maurice Bucaille) ศัลยแพทย์ชาวฝรั่งเศส และหัวหน้าคณะแพทย์ที่ศึกษาศพมัมมี่ของฟาโรห์ ศาสตราจารย์ อาเธอร์ เจ. อาร์เบอร์รี่ (Arthur J. Arberry) นักวิชาการด้านบูรพาคดี (Orientalist) ชาวอังกฤษจากมหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ ดร. เจฟฟรีย์ แลงก์ (Jeffrey Lang) ศาสตราจารย์ด้านคณิตศาสตร์ชาวอเมริกัน ทุกคนศึกษาอัลกุรอานทั้งเปรียบเทียบข้อเท็จจริงทางวิทยาศาสตร์และประวัติศาสตร์ตลอดจนศาสตร์อื่นที่พบในอัลกุรอาน สุดท้ายต่างยอมรับว่าไม่สามารถหาข้อผิดพลาดใด ๆ ในอัลกุรอานได้เลย หลายคนเหล่านั้นเปลี่ยนมารับอิสลามในที่สุด

ขอบคุณโปรแกรม Artificial Intelligence: Gemini, ChatGPT, Meta AI สำหรับการช่วยทำงานในบทความนี้

#drwinaidahlan, #ดรวินัยดะห์ลัน, #อัลกุรอาน, #AIproofalquran

ดูน้อยลง

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *