ครั้งก่อนเขียนเรื่อง “แทนีซัยต์” หรือ “ทานีซัยต์” (Tanycytes) ไว้ ครั้งนี้ขอเขียนต่ออีกหน่อย แทนีซัยต์เป็นเซลล์เกลียเฉพาะทาง (Specialized glial cells) ช่วยปกป้องเซลล์ประสาท อยู่ในสมองส่วนไฮโปทาลามัส (Hypothalamus) แทนีซัยต์มีลักษณะคล้ายเซลล์วิลไลในลำไส้ ทำหน้าที่เชื่อมต่อสมองเข้ากับเลือดและน้ำไขสันหลัง เป็นคล้ายเขื่อนคอยควบคุมสัญญาณการเผาผลาญพลังงาน ใครอยากรู้ว่าเหตุใดจึงอ้วนหรืออยากลดอ้วนควรทำอย่างไร ลองทำความเข้าใจการทำงานของแทนีซัยต์ดู จะเข้าใจกลไกผอมอ้วนมากขึ้น
ควรรู้ก่อนว่าสมองส่วนไฮโปธาลามัสประกอบด้วยเซลล์หลายกลุ่ม หนึ่งในนั้นคือ VMH (ventromedial hypothalamus) แทนีซัยต์เป็นส่วนของ VMH เมื่อออกอาการหิว กระเพาะอาหารจะหลั่งฮอร์โมนหิวที่ชื่อ “กรีลิน” (Ghrelin) ออกมา กรีลินผ่านเข้าสู่กระแสเลือดไปถึงสมองส่วนไฮโปธาลามัส จากนั้นจะรวมเข้ากับ GHSR (growth hormone secretagogue receptor) ด้วยวิธี internalization ผ่านเข้าสู่ VMH ซึ่งถือเป็น“จุดอิ่ม” (Satiety center) เกิดกลไก “ปิด” จุดอิ่ม ผลที่ตามมาคือสมองส่งสัญญาณ “หิว” ให้ร่างกายกินอาหาร นั่นเป็นเรื่องของอาการหิว น้ำตาลโดยเฉพาะอย่างยิ่งน้ำตาลทรายและไซรัปฟรุคโตส ที่ยิ่งกินก็ยิ่งหิว เป็นผลมาจากจุดอิ่มไม่ยอมเปิด จึงหิวนานอยู่อย่างนั้น คนอ้วนจึงเกิดปัญหาจากการบริโภคน้ำตาลอยู่บ่อย ๆ
ส่วนอาการอิ่มเป็นอีกแบบหนึ่ง อาหารโปรตีนให้กรดอะมิโน เช่น Arg, Lys เมื่อสัมผัสปุ่มรับรสที่ลิ้นจะแสดงรสชาติอุมามิส่งสัญญาณไปยังสมอง รับรู้ว่าอร่อย สมองสั่งการให้กินมากขึ้น ไม่นานหลังจากนั้น (ประมาณ 30 วินาที) เริ่มมีการสะสมไขมัน เกิดการสร้างฮอร์โมนอิ่ม “เลปติน” (Leptin) โดยเซลล์ไขมัน ปล่อยผ่านกระแสเลือดเข้าสู่ VMH ขณะเดียวกันสมองส่งสัญญาณกระตุ้นให้โปรตีน leptin receptor (LepR) ทำงาน ดึงเลปตินเข้าสู่ VMH เกิดกระบวนการ “เปิด” จุดอิ่ม สมองส่งสัญญาณหยุดกิน เห็นได้ว่าโปรตีนช่วยทั้งด้านรสชาติอีกทั้งยังช่วยเร่งให้อิ่มเร็ว หากอยากผอม นักโภชนาการจึงแนะนำให้ลดบริโภคน้ำตาลและเพิ่มการบริโภคโปรตีน
คนอ้วนเกิดปัญหาโรคอ้วนก็เนื่องจากจุดอิ่มในสมองส่วนไฮโปธาลามัสควรจะเปิดแต่ไม่ยอมเปิด เป็นผลให้ยังกินไม่ยอมหยุด ออกอาการหิวอยู่อย่างนั้น จากงานวิจัยพบว่าน้ำตาลฟรุคโตสที่มีมากในน้ำตาลทรายและในไซรัปฟรุคโตส (HFCS) เข้าไปก่อกวนการทำงานของฮอร์โมนหลายตัวบริเวณไซโตพลาสซึมของ VMH อย่างเช่น AgRP, NPY ก่อกวนบ่อยครั้งกระทั่งเกิดเป็นภาวะดื้อต่อเลปติน เมื่อไม่รู้สึกอิ่มจึงไม่ยอมหยุดกินกระทั่งกลายเป็นโรคอ้วน คิดจะเอาชนะฮอร์โมนจึงไม่ใช่เรื่องง่าย วิธีปฏิบัติที่ควรฝึกหากอยากลดอ้วนคือต้องฝืนใจลดบริโภคน้ำตาลทราย และไซรัปฟรุคโตสลงให้ได้ หมั่นสร้างความเคยชินกับอาหารจืดไว้ เพิ่มการบริโภคโปรตีน นานเข้าภาวะดื้อต่อเลปตินจะค่อย ๆ หายไป ความอ้วนลดลงได้ การต่อสู้เอาชนะจิตใจที่โดนฮอร์โมนบังคับแม้ทำยาก แต่ก็ต้องฝึก ฝึก และฝึก
#drwinaidahlan, #ดรวินัยดะห์ลัน, #แทนีซัยต์, #โรคอ้วน

