มาถึงโมรอคโควันแรก พวกเรานั่งรถบัสสองคันจากสนามบินคาซาบลังกาไปยังกรุงราบัตทางเหนือซึ่งเป็นเมืองหลวง ใช้เวลาประมาณหนึ่งชั่วโมง ถึงราบัตแล้ว นอกจากนั่งรถชมกรุงราบัต นครหลวงของโมรอคโค พวกเราไปยังสุสานของกษัตริย์โมฮัมเหม็ดที่ 5 ซึ่งตั้งอยู่ทางตะวันออกเฉียงเหนือของราบัต เป็นเนินเขาเหนือปากแม่น้ำบูเรเกรก (Bouregreg)
สถานที่ที่เป็นสุสานหรือ Mausoleum มีขนาดใหญ่โตเห็นแล้วแปลกใจ เดิมทีสุลต่านยาคูบ เอล มันซูร์ แห่งราชวงศ์อัลโมฮัด เป็นผู้ริเริ่มสร้างไว้ใน ค.ศ.1184 หวังจะให้เป็นมัสยิดที่ใหญ่โตที่สุดในดินแดนมัฆริบ ทว่าต้องยกเลิกเนื่องจากทรงเจ็บป่วยจนเสียชีวิตใน ค.ศ.1199 ส่วนที่เห็นเด่นที่สุดคือมิเนอเรตหรือหอคอยอะซานที่สร้างไม่เสร็จ เคยพังลงมาครั้งหนึ่งจากแผ่นดินไหว บนลานใหญ่โตวางเสาหินทรงกระบอกไว้ 348 ต้นที่ตั้งใจจะสร้างเป็นอาคารมัสยิดขนาดใหญ่ในยุคศตวรรษที่ 12 จากนั้นจึงทิ้งร้างนานหลายร้อยปี
กระทั่งถึง ค.ศ. 1969 กษัตริย์โมฮัมเหม็ดที่ 5 สวรรคต รัฐบาลโมรอคโคเวลานั้นจึงสร้างสุสานเสริมเข้าไปในพื้นที่สุเหร่าเก่าที่ว่าโดยโดมของสุสานลอกแบบมาจากสุสานราชวงศ์มารินิดและซาเดียน ประดับประดาด้วยเพดานโค้งที่ตกแต่งอย่างหรูหรา และปิดท้ายด้วยหลังคาทรงปิรามิดปูด้วยกระเบื้องสีเขียวด้านนอก ผู้เข้าชมสามารถเข้าไปในห้องศพและนั่งสมาธิผ่านระเบียงแกลเลอรี หลุมพระศพในสุสานของกษัตริย์โมฮัมเหม็ดที่ 5 มีสามหลุมพระศพ ได้แก่ กษัตริย์โมฮัมเหม็ดที่ 5 พร้อมพระราชโอรสสองพระองค์ คือ เจ้าชายมูเลย์ อับเดลลาห์ และกษัตริย์ฮัสซัน สุสานแห่งนี้ถือเป็นผลงานชิ้นเอกทางสถาปัตยกรรม ผสมผสานศิลปะการตกแต่งแบบโมรอคโคที่แสนวิจิตร
มีคำถามคือมิเนอเรตเก่าแก่เป็นของสุเหร่าชื่อฮัสซัน (Hassan) ชื่อนี้มาจากไหนในเมื่อผู้เกี่ยวข้องไม่มีใครชื่อฮัสซันเลย นักประวัติศาสตร์เชื่อว่าน่าจะเป็นชื่อของสถาปนิกซึ่งก็น่าแปลก เป็นอีกเรื่องแปลกในโมรอคโค
#drwinaidahlan, #เมดินาราบัต, #ดรวินัยดะห์ลัน,

