มนุษย์รู้จักโรคหัวใจมานานแสนนานแล้ว มีบันทึกและคำอธิบายเกี่ยวกับภาวะหัวใจล้มเหลวตั้งแต่ยุคอียิปต์โบราณ รวมถึงยุคกรีก และอินเดียโบราณ ชาวโรมันเองยังมีบันทึกเรื่องการใช้พืชสมุนไพรอย่างฟอกซ์โกลฟเป็นยารักษาโรคหัวใจเสียด้วยซ้ำ อย่างไรก็ตาม ความเข้าใจที่ลึกซึ้งเกี่ยวกับหัวใจและการทำงานของหัวใจยังไม่เป็นที่รับรู้กันดีนัก จนกระทั่งนายแพทย์วิลเลียม ฮาร์วีย์ (William Harvey) อธิบายเกี่ยวกับระบบไหลเวียนโลหิตใน ค.ศ.1628 หรือช่วงต้นศตวรรษที่ 17 นั่นแหละ เรื่องราวของโรคหัวใจจึงเริ่มได้รับความสนใจมากขึ้น ก่อนหน้านั้นยังไม่มีใครคิดเรื่องสนิมเกาะในหลอดเลือดหัวใจกันหรอก เรื่องอย่างนั้นมันเกินจินตนาการ
ผู้คนในสังคมเสียชีวิตจากหัวใจล้มเหลวกันมานมนานกาเลแล้ว กว่าจะรู้ว่าอาหารโดยเฉพาะอย่างยิ่งไขมันเกี่ยวข้องกับโรคหัวใจ เวลาก็ล่วงเลยมาจนเข้ายุคใหม่ ความเชื่อมโยงระหว่างไขมันในอาหารกับโรคหัวใจถูกเสนอขึ้นครั้งแรกในช่วงทศวรรษ 1950 โดยแอนเซล คีส์ (Ancel Keys) นักสรีรวิทยาจากมหาวิทยาลัยมินนิโซตา โดยกำหนดเป็นสมมติฐานว่าด้วย “อาหารกับหัวใจ” สรุปทำนองว่าไขมันอิ่มตัวและคอเลสเตอรอลในอาหารมีส่วนทำให้เกิดการสะสมของไขมันกระทั่งเกิดภาวะหลอดเลือดแดงแข็งที่นำไปสู่ภาวะหัวใจวาย ก่อนหน้านั้นไม่เคยมีใครคิดว่าอาหารที่บริโภคเข้าไปจะแปรสภาพไปเป็นสารที่เปรียบเสมือนสนิมในท่อน้ำ สะสมกระทั่งทำให้ท่อน้ำอุดตัน เรื่องหลอดเลือดหัวใจอุดตันกระทั่งสร้างปัญหาหัวใจวายเป็นความรู้ใหม่ช่วงโลกผ่านเข้าสู่ศตวรรษที่ 20 เข้าไปแล้ว
วิชาการด้านลิพิดวิทยา (lipidology) ยุคหลังชี้ให้เห็นว่าสารไขมันคอเลสเตอรอลที่ร่างกายสร้างขึ้นได้จากตับ รวมถึงคอเลสเตอรอลจากอาหารขณะที่ไหลเวียนในหลอดเลือดในรูปของพาร์ติเคิลไขมันแอลดีแอลซึ่งถือเป็นไขมันผู้ร้าย บางครั้งอาจถูกอ็อกซิเดชันกระทั่งตกตะกอนสะสมตามผนังหลอดเลือดเป็นผลให้หลอดเลือดตีบตัน พาร์ติเคิลคอเลสเตอรอลอีกกลุ่มหนึ่งที่เรียกว่าเอชดีแอลกลับเป็นไขมันชนิดดีหรือเป็นพระเอกเข้าไปทำหน้าที่ดึงคอเลสเตอรอลที่เป็นปัญหาไปขจัดทิ้งที่ตับ ไขมันในเลือดจึงมีทั้งส่วนที่ดีและเลว สมดุลของไขมันสองกลุ่มนี้เองที่เป็นสาเหตุของสิ่งที่คล้ายสนิมในหลอดเลือดกลายเป็นปัญหาของหัวใจกระทั่งทำให้เสียชีวิต ความรู้ใหม่ถอดด้ามในยุคศตวรรษที่ 20 อย่างนี้ น่าแปลกใจที่เคยถูกกล่าวถึงในอัลกุรอานที่มีอายุ 1,400 ปีมาแล้ว
كَلَّا بَلۡ رَانَ عَلٰى قُلُوۡبِهِمۡ مَّا كَانُوۡا يَكۡسِبُوۡنَ ١٤
“มิใช่เช่นนั้น แต่ว่าสิ่งที่พวกเขาได้ขวนขวายไว้นั้นได้เป็นสนิมบนหัวใจของพวกเขา” อัลมุตัฟฟิฟิน 83:14
คำว่า “รอน” ในวรรคนี้หมายถึงสนิมสะสมในหลอดเลือดหัวใจอันเป็นผลมาจากสิ่งที่คนผู้นั้นได้กระทำอย่างไม่ถูกต้องมาก่อน หากจะหมายถึงการบริโภคอาหารหรือปฏิบัติตนอย่างไม่ถูกต้องก็ไม่น่าจะผิด
#drwinaidahlan, #ดรวินัยดะห์ลัน, #โรคหัวใจ, #อัลกุรอาน

