วิทยาศาสตร์ฮาลาลว่าด้วย “การละหมาด”
اِنَّ الصَّلٰوةَ كَانَتۡ عَلَى الۡمُؤۡمِنِيۡنَ كِتٰبًا مَّوۡقُوۡتًا
“แท้จริงการละหมาดนั้น เป็นบัญญัติที่ถูกกำหนดเวลาไว้แก่บรรดาผู้ศรัทธา” อันนิซาอฺ 4: 103
อิสลามบัญญัติการละหมาด (صلاة Salat) โดยกำหนดช่วงเวลาไว้ ในฐานะผู้ปฏิบัติจึงควรศึกษาและวิเคราะห์ถึงเหตุผลเพื่อให้มั่นใจว่าการละหมาดก่อประโยชน์ต่อสุขภาพ ก่อนอื่นควรรู้จัก “นาฬิกาชีวิต” (biological clock) กันก่อน นาฬิกาชีวิตตั้งอยู่ในสมองตรงจุดที่เรียกว่า Supraobtic Nucleaus หรือ SON ของไฮโปธาลามัส ลองเอานิ้วชี้มือซ้ายจี้ไปที่ขมับซ้ายสร้างเส้นตรงไปยังขมับขวา ใช้นิ้วชี้มือขวาจี้ไปที่หว่างคิ้วสร้างเส้นตรงลากไปยังท้ายทอย จุดตัดของเส้นทั้งสองภายในสมองนั่นล่ะคือ SON นาฬิกาชีวิตอยู่ตรงนั้น
SON ควบคุมการหลั่งฮอร์โมนที่ควบคุมอวัยวะภายในอีกทีหนึ่ง ช่วงเวลาของวันจึงเกี่ยวข้องกับการทำงานของแต่ละอวัยวะ เริ่มตั้งแต่ 03-05 น.ก่อนเช้าเป็นช่วงเวลาที่ปอดทำงานดีที่สุด มุสลิมทำละหมาด“ศุบฮิ” สั้น ๆ สองร่อกะอัต ช่วยให้ปอดได้บริหารก่อนเช้าตรู่ จากนั้นช่วงเช้า 05-07 น. ความสำคัญเลื่อนไปที่ลำไส้ใหญ่เป็นเวลาที่ควรถ่ายท้อง เข้าเวลา 07-09 น. เป็นหน้าที่ของกระเพาะจึงเป็นช่วงเวลาอาหารเช้า จากนั้น 09-11 น.คือเวลาของม้ามที่ทำหน้าที่ต้านทานโรค ควรใส่ใจทำงานใช้แรงกายเพื่อให้ม้ามตื่นตัว
ถึงเวลา 11-13 นาฬิกา เป็นช่วงหัวใจทำงานหนัก ควรพักร่างกายและจิตใจ ทำสมองให้ปลอดโปร่ง มุสลิมถูกกำหนดให้ทำจิตเข้าถึงญานด้วยการละหมาดและทำสมาธิเพื่อให้หัวใจได้ผ่อนคลาย โดยละหมาด “ดุฮฺริ” สี่รอกะอัต เข้าเวลา 13-15 น.เป็นเวลาของลำไส้เล็ก ไม่แนะนำให้กินอาหารหนัก 15-17 น. นาฬิกาชีวิตวนไปที่กระเพาะปัสสาวะ จึงไม่ควรอั้นปัสสาวะ ผ่อนกายผ่อนจิตเพื่ออุ่นร่างกาย อิสลามกำหนดให้ละหมาด “อัศริ” สี่รอกะอัต เพื่อปลดปล่อยพลังงานช่วยให้สุขภาพร่างกายและจิตใจดีขึ้น ลองสังเกตดูเถอะ
ระหว่าง 17-19 น. เป็นช่วงเวลาของไต ทำตัวให้สดชื่น ลองเดินพักผ่อนตอนเย็น ให้ไตได้พัก อิสลามกำหนดให้ละหมาดเย็นที่เรียกว่า “มักริบ” สามรอกะอัตไม่ยาวไม่สั้น ช่วยให้สมองปลอดโปร่ง ถึงเวลา 19-21 น. เป็นช่วงการทำงานของเยื่อหุ้มหัวใจ เป็นเวลาที่ดีที่สุดอีกช่วงหนึ่งสำหรับการสวดมนต์ทำสมาธิ มุสลิมทำละหมาดสำคัญที่เรียกว่าละหมาดค่ำหรือ “อิซา” สี่รอกะอัตช่วยให้มีสุขภาพจิตและสุขภาพกายดีขึ้นมาก
ละหมาดครบห้าครั้งในรอบวันไปแล้ว ถึงเวลา 21-23 น.ควรใช้เวลาพักผ่อน เวลา 23-01 น.ดึกสงัดเป็นเวลาของถุงน้ำดี กระทั่ง 01-03 น. เป็นช่วงเวลาที่ตับทำงาน จึงเป็นเหตุผลทางการแพทย์ที่ไม่แนะนำให้กินอาหารหนักโดยเฉพาะอย่างยิ่งอาหารไขมันและโปรตีนก่อนเข้านอนเพื่อให้ตับได้พัก มีบางคนตื่นกลางดึก แม้อิสลามไม่กำหนดให้ละหมาด แต่หากได้ทำละหมาดดึกที่เรียกว่า “ตะฮัจญุด” ครั้งละสองร่อกะอัตโดยอาจทำสี่ครั้ง เพื่อให้จิตใจสงบ ทำตามเช่นนี้ผู้ปฏิบัติย่อมเห็นความสำคัญของเวลา อายุขัยยาวออกไปได้อีกหลายปี
#drwinaidahlan, #ดรวินัยดะห์ลัน, #วิทยาศาสตร์ฮาลาล, #การละหมาด, #supraopticnucleus
ดูน้อยลง

