เขียนถึงระบบการเงินอิสลามว่าด้วยเรื่อง “ซะกาต” (الزكاة Zakat) มาหลายตอน ในตอนนี้ขอกล่าวถึงคลังหลวงหรือคลังของรัฐอิสลามกันบ้าง ในยุคสมัยของท่านนบีมุฮัมมัด ศอลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม และยุคสมัยหลังจากนั้นมีวิธีการจัดเก็บภาษีและรายได้เข้ารัฐหลายวิธี เมื่อครั้งท่านนบีสร้างรัฐอิสลามขึ้นที่มะดีนะฮฺ ใน ค.ศ.622 รัฐที่ถือกำเนิดขึ้นใหม่ได้จัดตั้ง “คลังหลวง” (بَيْتُ الْمَال Baitulmal) ขึ้นเพื่อจัดหารายได้เข้าคลัง วิธีจัดหารายได้นี้แปรเปลี่ยนปรับปรุงไปตามยุคสมัย การจัดเก็บรายได้หลายแบบยังคงดำรงอยู่จนทุกวันนี้
วิธีการจัดหารายได้เข้าคลัง ได้แก่ (1) ญิซยะฮ์ (جِزْيَة Jizyah) ภาษีรายหัวที่เรียกเก็บจากชนต่างศาสนาที่อยู่ภายใต้การปกครอง ภาษีนี้ใช้เฉพาะเพศชายวัยฉกรรจ์ที่มิใช่มุสลิม สุขภาพแข็งแรง เพื่อไม่ต้องเกณฑ์ทหาร เป็นค่าตอบแทนในการที่รัฐให้การคุ้มครองและจ่ายสวัสดิการ ภาษีนี้ยกเว้นสำหรับผู้หญิง, เด็ก, ผู้สูงอายุ, นักบวช, คนพิการ และผู้ที่ยากจนข้นแค้น อัตราการเก็บเป็นไปตามฐานะทางเศรษฐกิจของผู้นั้น เพื่อไม่ให้เป็นภาระจนเกินไป
(2) คอรอจญฺ (خَرَاج Kharaj) ภาษีที่ดินที่เรียกเก็บจากที่ดินที่เป็นของมุสลิมหรือไม่ใช่มุสลิม อัตราภาษีขึ้นอยู่กับความสมบูรณ์ของดิน ประเภทของพืชที่ปลูก และระบบการชลประทาน อาจเก็บเป็นเงินสดหรือเป็นผลผลิตทางการเกษตร (3) อุชรฺ (عُشْر Ushr) แปลว่าร้อยชักสิบ คือภาษีศุลกากรหรือภาษีการค้า กรณีพ่อค้าต่างศาสนาเรียกเก็บในอัตราร้อยละ 10 หากเป็นพ่อค้าต่างศาสนาซึ่งเป็นผู้อยู่ใต้ปกครองของรัฐอิสลามที่เรียกว่าซิมมี (ذِمِّي Dhimmi) เรียกเก็บที่ร้อยละ 5 ส่วนพ่อค้ามุสลิมเก็บในรูปซะกาตสินค้าที่ร้อยละ 2.5 ส่วนการเก็บภาษีการค้าในรูปพืชผลการเกษตร โดยทั่วไปกรณีที่พื้นที่นั้นใช้น้ำฝนหรือน้ำจากธรรมชาติเก็บร้อยละ 10 หากพื้นที่นั้นใช้ระบบชลประทานหรือเครื่องจักรช่วย จัดเก็บภาษีการค้าร้อยละ 5
(4) ฆอนีมะฮฺ (غَنِيمَة Ghanimah) คือทรัพย์เชลยที่ได้จากการทำสงคราม มีการแบ่ง 1 ใน 5 ส่วน (Khums) ให้แก่รัฐเพื่อนำไปใช้ประโยชน์ในทางสาธารณะและช่วยเหลือผู้ยากไร้ ขณะที่อีก 4 ส่วนจัดแบ่งให้แก่ทหารในสนามรบเพื่อสร้างขวัญและกำลังใจ (5) ฟัยอฺ (فَيْء Fai’) ทรัพย์สินที่ได้มาจากศัตรูโดยไม่มีการสู้รบหรือทำสงคราม เช่น ศัตรูทิ้งสินทรัพย์ไว้ในสนามรบหรือมอบสินทรัพย์ให้เมื่อยอมจำนน ทรัพย์ส่วนนี้จะตกเป็นของรัฐเพื่อการดำเนินงานสาธารณประโยชน์
สรุปได้ว่าในยุคนั้นมีการจัดเก็บรายได้หลากหลายประเภทเพื่อใช้ในการบริหารรัฐ โดยแยกแยะชัดเจนระหว่างภาระหน้าที่ของมุสลิมที่จ่ายเป็นซะกาตโดยจ่ายด้วยตนเองตามหน้าที่ต่อสังคม หรือรัฐอาจจัดเก็บซะกาตเพื่อบริหารจัดการให้ นอกจากนี้ยังมีการจัดเก็บรายได้จากแหล่งอื่น ๆ ดังเช่น ญิซยะฮฺ, คอรอจญฺ, และอื่น ๆ ที่กล่าวไว้
#drwinaidahlan, #ดรวินัยดะห์ลัน, #วิทยาศาสตร์ฮาลาลกับการพัฒนาสังคมและเศรษฐกิจ, #บัยตุลมาล, #ซะกาต, #การเงินอิสลาม, #วิทยาศาสตร์ฮาลาล

