วิทยาศาสตร์ว่าด้วยเหตุการณ์น้ำท่วมใหญ่ยุคนบีนุฮฺเมื่อห้าพันปีก่อน
وَلَقَدۡ اَرۡسَلۡنَا نُوۡحًا اِلٰى قَوۡمِهٖ فَلَبِثَ فِيۡهِمۡ اَ لۡفَ سَنَةٍ اِلَّا خَمۡسِيۡنَ عَامًا ؕ فَاَخَذَهُمُ الطُّوۡفَانُ وَهُمۡ ظٰلِمُوۡنَ
“และโดยแน่นอนเราได้ส่งนูฮฺไปยังหมู่ชนของเขา และเขาได้อยู่ร่วมกับพวกเขาหนึ่งพันปีเว้นห้าสิบปี (950 ปี) ดังนั้นอุทกภัยได้คร่าพวกเขาขณะที่พวกเขาเป็นผู้อธรรม” อัลอังกะบูต 29:14
ในคัมภีร์อัลกุรอานมีมากกว่า 130 อายะฮฺ (โองการ) กระจายอยู่ใน 28 ซูเราะฮฺ (บท) ว่าด้วยเรื่องราวเหตุการณ์น้ำท่วมใหญ่ในสมัยนบีนุฮฺ (โนอาฮฺ) มีชื่อของนบีนุฮฺปรากฏชัดเจนถึง 43 ครั้ง ทั้งยังมีหนึ่งซูเราะฮฺที่ตั้งตามชื่อของท่านนบีนั่นคือ ซูเราะฮฺที่ 71 นุฮฺ ในรายละเอียดจากอัลกุรอาน ก่อนเหตุการณ์น้ำท่วมใหญ่ นบีนูฮฺ อะลัยฮิสลาม ได้รับการเตือนจากอัลลอฮฺ ศุบฮานะฮูวะตะอาลา ว่าพระองค์จะทรงลงโทษกลุ่มชนผู้ปฏิเสธพระองค์ด้วยน้ำ โดยผู้ที่ศรัทธาจะรอดพ้น อย่างไรก็ตาม ชนส่วนใหญ่ยังคงดื้อรั้นไม่เชื่อฟัง เป็นเหตุผลของการสร้างเรือใหญ่ของนบีนุฮฺเพื่อหาหนทางรักษาชีวิตของผู้ศรัทธาให้รอดพ้น
ตามหลักฐานทางโบราณคดีและข้อสันนิษฐานทางประวัติศาสตร์ เชื่อว่าเหตุการณ์น้ำท่วมใหญ่เกิดขึ้นในบริเวณลุ่มแม่น้ำไทกรีสและยูเฟรติส ภูมิภาคเมโสโปเตเมียโบราณ ครอบคลุมพื้นที่ส่วนใหญ่ของประเทศอิรัก และบางส่วนของซีเรียรวมถึงเทอร์เคียในปัจจุบัน เนื่องจากอัลกุรอานไม่ได้ระบุปีไว้ชัดเจน นักประวัติศาสตร์และนักธรณีวิทยาในยุคหลังจึงร่วมกันคำนวณเวลา ได้ข้อมูลร่วมกันว่าเหตุการณ์น้ำท่วมใหญ่เกิดขึ้นในช่วงประมาณ 2,900–3,000 ปีก่อนคริสตกาล หรือราว 4,900-5,000 ปีล่วงมาแล้ว มีการขุดค้นพบชั้นตะกอนดินเหนียวหนาขนาดยักษ์ที่เกิดจากน้ำท่วมใหญ่ในเมืองโบราณของเมโสโปเตเมีย ได้แก่ เมืองชูรุปปัก เมืองอูร์ และเมืองคิช ซึ่งคำนวณอายุชั้นดินด้วยเทคนิคทางคาร์บอนว่าอยู่ในช่วง 2,900 ปีก่อนคริสตกาล
น้ำท่วมใหญ่ในสมัยนบีนุฮฺเกิดจากฝนตกหนักและน้ำท่วมขังประมาณ 150 วัน แบ่งเป็นช่วงเวลาฝนตกหนักต่อเนื่องนาน 40 วัน 40 คืน ซึ่งรวมกับตาน้ำพวยพุ่งขึ้นจากดิน กระทั่งระดับน้ำสูงขึ้นจนท่วมยอดเขา ก่อนจะเริ่มลดระดับลงจนกระทั่งแผ่นดินแห้ง อัลกุรอานมีโองการว่า “และได้มีเสียงกล่าวว่า แผ่นดินเอ๋ย จงกลืนน้ำของเจ้า และฟ้าเอ๋ย จงหยุด และน้ำได้ลดลงและกิจการได้ถูกตัดสิน และมันได้จอดเทียบอยู่ที่ภูเขาญูดียฺ และได้มีเสียงกล่าวว่าความหมายนะจงประสบแก่หมู่ชนผู้อธรรมเถิด” ฮูด 11:44
ภูเขาญูดียฺ (Mount Judi) ปัจจุบันตั้งอยู่ทางตะวันออกเฉียงใต้ของประเทศเทอร์เคีย ใกล้พรมแดนซีเรียและอิรัก เมื่ออัลกุรอานซูเราะฮฺฮูด อายะฮฺที่ 44 ระบุพิกัดชัดเจนว่าเรือได้จอดสงบนิ่งลงที่ “ภูเขาญูดียฺ” การค้นหาในพื้นที่นี้ดำเนินการหลายครั้ง ใน ค.ศ. 1959 กองทัพอากาศตุรกีได้ถ่ายภาพทางอากาศกระทั่งค้นพบโครงสร้างรูปทรงคล้ายเรือขนาดใหญ่ลึกเข้าไปในภูเขา (ปัจจุบันเรียกแถบนี้ว่าแหล่งโบราณคดีดูรูพินาร์ – Durupinar site) มีการใช้เครื่องสแกนเรดาร์ GPR พบโครงสร้างเส้นขนานภายในที่มีสัดส่วนและขนาดของเรือ หมายถึงการค้นพบเรือต้องตรงกับถ้อยความในอัลกุรอานโองการข้างต้นแล้ว นับเป็นความมหัศจรรย์
#drwinaidahlan, #ดรวินัยดะห์ลัน, #เรือนบีนุฮฺ, #ภูเขาญูดียฺ,
ดูน้อยลง

