พวกเราสามคนคือผม ดร.ศราวุฒิ อารีย์ และ ดร.อาณัฐ เด่นยิ่งโยชน์ เช้าวันเสาร์ที่ 23 สิงหาคม 2568 โดยเดินทางถึงไนโรบี นครหลวงของประเทศเคนยาด้วยสายการบิน Kenya Airways หนุ่มเคนยาจากสถานทูตไทยชื่อ แอนโทนี่ โมกัว (Anthony Mokua) มารับถึงด้านในสนามบิน Jomo kenyatta international airport เวลา คือ 06.17 น. เมืองนี้มีประชากรประมาณ 5-6 ล้านคนประมาณ 10% ของประชากรทั้งประเทศนั่นคือ 57 ล้านคน รายได้ต่อหัวประชากรต่อปีของประเทศนี้คือ 2,206 USD ต่ำกว่าประเทศไทยเกือบสี่เท่า
การผ่านด่านตรวจคนเข้าเมืองค่อนข้างช้า แสดงว่าตรวจค่อนข้างเข้ม แม้เราจะเข้าทางช่อง Diplomats ก็ตาม เครื่อง Kenya Airways จากกรุงเทพฯคนแน่นมาก ก่อนเข้าสุวรรณภูมิ เครื่องบินมาจากกวางโจวของประเทศจีน ผู้โดยสารจีนจึงค่อนข้างแน่น เข้าใจว่าเป็นทั้งนักท่องเที่ยวและนักธุรกิจที่บินไปเคนยา
ช่วงนี้เป็นฤดูหนาว อากาศที่ไนโรบีค่อนข้างเย็นประมาณ 13-15 องศา คาดว่าจะเย็นอย่างนี้ทั้งวัน แม้เคนยาอยู่ใกล้เส้นศูนย์สูตรแต่ต่ำลงมาทางใต้ ฤดูกาลจึงแตกต่างจากซีกบนของเส้นศูฯย์สูตร สนามบินไนโรบีคนหนาแน่น สนามบินออกจะเล็กไปสักนิด ออกจากเครื่องบิน ขึ้นบันไดเลื่อนก็ถึงด่านตรวจคนเข้าเมืองทันที ผ่านด่านแล้วลงบันไดเลื่อนถึงสายพานกระเป๋าแล้วออกนอกสนามบินทันทีเหมือนกัน มีคนมารอรับผู้โดยสารด้านนอกสนามบินจำนวนไม่น้อย นั่งรถผ่านออกมาด้านนอกก็เห็นตุ๊กตาปั้นเป็นรูปสัตว์วางไว้เต็มวงเวียน ติดป้ายว่า Karibukenya ให้เห็นกันเลยว่ามาประเทศนี้แล้ว ต้องไม่พลาดที่จะไปส่องสัตว์กลางทุ่งหญ้าที่เรียกกันว่า Safari นั่นแหละ
การจราจรในเคนย่าเหมือนเมืองไทยคือขับชิดซ้าย พวงมาลัยขวา ไม่นานนักก็เจ้าเมืองซึ่งค่อนข้างทันสมัย เต็มไปด้วยอาคารสูง พวกเราพักที่ Dusit Princess Nairobi Hotel & Residence จะอยู่ที่นี่ 6 คืน ท่าน ออท.มรกตกรุณาอัพเกรดห้องพักให้ผมเป็นห้องสวีต สำรวจดูแล้วที่เคนยาใช้ระบบปลั๊กไฟแบบเดียวกับประเทศไทยจึงสะดวกสักหน่อย ทางสถานทูตไทยจัดคิวของงานสัมมนาไว้ดี ผมคนเดียวบรรยายสองวันรวม 4 ชั่วโมง เป็นเรื่องงานพัฒนาวิทยาศาสตร์ฮาลาลในประเทศไทย คนที่นี่ให้ความสนใจเพราะวิทยาศาสตร์ฮาลาลเป็นเรื่องใหม่ของเคนยา
#drwinaidahlan, #ดรวินัยดะห์ลัน, #มรกตเจนมธุกร, #ไนโรบีเคนยา, #วิทยาศาสตร์ฮาลาล

