วันนี้กลับมาคุยกันเรื่อง SMEs

วานนี้กลับจากมหาวิทยาลัยฟาฏอนี ปัตตานี ถึงบ้านที่กรุงเทพฯใกล้เที่ยงคืน วันนี้ช่วงเย็นทางทีมงานของลูกสาว คุณนาเดีย ดะห์ลัน ชวนไปเสวนาเรื่อง Thailand SMEs OS ผู้ฟังคือกลุ่มเพื่อนของลูกสาวจากทีม TepCot 18 ซึ่งเป็นคลาสเรียนนักธุรกิจรุ่นใหม่ ส่วนผู้เสวนาล้วนผู้หลักผู้ใหญ่ในวงการ SMEs ทั้งนั้น ผมได้รับเชิญไม่ใช่เพราะเป็นผู้เชี่ยวชาญแต่เพราะทางผู้จัดสนใจความเคลื่อนไหวของ SMEs ฮาลาลจึงเชิญผมไปร่วม

สไตล์การเสวนาเป็นแบบพูดคุยกันฉันท์มิตร แลกเปลี่ยนประสบการณ์ที่มีในแต่ละคน ผมจะจับประเด็นเรื่องความเข้าใจด้านฮาลาลซึ่งในอดีตกับสถานการณ์ของฮาลาลโลกในปัจจุบันโดยเฉพาะอย่างยิ่งในยุโรปและอเมริกาหรือแม้แต่ในตะวันออกกลางเป็นสถานการณ์ที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิงกับฮาลาลในอาเซียน สิ่งสำคัญคือกระบวนการคิดในเชิงธุรกิจ

อิสลามนั้นมีข้อกำหนดในหลักศรัทธา เรื่องของหะรอมเป็นประเด็นด้านความปลอดภัย หากเสาเข็มด้านนี้มั่นคง ทำให้ผู้บริโภคมุสลิมมั่นใจว่าผลิตภัณฑ์ปลอดการปนเปื้อนแล้ว เหนือไปจากนั้นคือพื้นที่ที่สามารถนำเสนอสิ่งใหม่ต่างๆได้มากมาย ไม่ว่านวัตกรรม วัฒนธรรม เสน่ห์แห่งศิลปศาสตร์การปรุงแต่งอาหาร การนำเสนอวัตถุดิบใหม่ที่พัฒนาจากวิทยาโมเลกุลขั้นสูง ทั้งเนื้อเพาะ เนื้อเทียม และอีกสารพัด โดยทั้งหมดสร้างความมั่นใจว่าปลอดภัยต่อสุขภาพทั้งเชิงจิตวิญญาณและกายภาพ ผมเองมีเรื่องเล่ามากมายในสิ่งที่ได้พบได้เห็นในอีกซีกโลกหนึ่งนอกอาเซียน

ฮาลาลเชิงพาณิชย์ในวันนี้จึงมิได้ถูกตีกรอบด้วยขนาดตลาด 24% ของประชากรโลกที่เป็นมุสลิมแต่คือ 89% ของประชากรโลกที่ไม่บริโภคสิ่งหะรอมที่เป็นอันตราย หากต้องการเข้าใจตลาดฮาลาลในโลกอนาคตต้องปรับวิธีคิดและกระบวนทัศน์ของคำว่า “ฮาลาล” กันเสียใหม่ โดยให้สอดคล้องกับหลักการเดิมของอิสลาม ความน่าท้าทายจึงอยู่ตรงนี้

หมายเหตุ มิได้แจ้งเวลาและสถานที่เสวนาเนื่องจากเป็นงานแบบปิด จัดกันในห้องเล็กๆที่ความจุไม่เกินร้อยคนซึ่งน่าเสียดาย #ดรวินัยดะห์ลัน, #drwinaidahlan, #ฮาลาลในตลาดอนาคต, #เอสเอ็มอีฮาลาล, #นาเดียดะห์ลัน, #ลอรี่พงศ์พล

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *