รู้จักไอเอฟ (IF) กันดีอยู่แล้ว ไอเอฟหมายถึง Intermittent Fasting การอดอาหารเป็นช่วง ในที่นี้ใช้ไอเอฟแบบ 8/16 หรือในหนึ่งวัน 24 ชั่วโมงเปิดช่วงกินอาหาร 8 ชั่วโมง งดอาหาร 16 ชั่วโมง วิธีการเช่นนี้มีงานวิจัยยืนยันว่าช่วยให้สมองของผู้สูงอายุที่มีแนวโน้มจะเสื่อมสภาพตามวัยยังสามารถทำงานได้อย่างเฉียบคม ผลเป็นอย่างนั้น ทั้งนี้โดยก่อนหน้านี้เคยมีงานวิจัยยืนยันออกมาว่าคนเราเมื่ออายุมากขึ้น การทำงานของสมองมักมีปัญหา โดยคิดและประมวลผลได้ไม่รวดเร็วเหมือนเก่า หากกินอาหารภายในช่วงเวลาที่สั้นลงในแต่ละวันนอกจากช่วยการลดน้ำหนักตัวลงได้แล้ว ยังช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของสมองได้ด้วย
งานวิจัยข้างต้นทำโดยสมาคมโภชนาการแห่งอเมริกา นำเสนอในงานวิชาการของสมาคมเมื่อกลาง พ.ศ.2569 โดยพบว่าหากให้หญิงสูงอายุจำกัดการบริโภคอาหารไว้ประมาณ 8 ถึง 9 ชั่วโมงต่อวัน สิ่งที่พบคือประสิทธิภาพในการใช้สมองทดสอบงานด้านการวางแผนและการแก้ปัญหาทำได้ดีกว่าผู้ที่บริโภคอาหารมากกว่า 12 ชั่วโมง โดยทั้งสองกลุ่มยังลดน้ำหนักตัวได้ในปริมาณที่ใกล้เคียงกัน สรุปคือไม่ใช่เพียงปริมาณการบริโภคอาหารเท่านั้นทว่าช่วงเวลาที่คนเราบริโภคอาหารนั้นยังมีความสำคัญต่อการทำงานของสมองได้ด้วย
งานวิจัยที่ว่านี้เป็นการศึกษาเบื้องต้นโดยติดตามหญิงที่มีน้ำหนักตัวเกินมาตรฐานหรือมีปัญหาโรคอ้วนที่เข้าร่วมโปรแกรมลดน้ำหนักหกเดือน แบ่งคนกลุ่มนี้ออกเป็นสองกลุ่มโดยกลุ่มแรกให้บริโภคอาหารภายในช่วงเวลาประมาณ 8-9 ชั่วโมงต่อวัน ตัวอย่างเช่น เริ่มกินอาหารได้เวลา 7 โมงเช้าหยุดกินอาหารไม่เกิน 4 โมงเย็น ขณะที่อีกกลุ่มหนึ่งให้กินอาหารปกติ การกินอาหารของคนกลุ่มแรกย่อมหมายถึงว่าคนกลุ่มนี้หยุดกินอาหารได้สี่ชั่วโมงก่อนเข้านอน ซึ่งเรื่องนี้เป็นประเด็นสำคัญ ระบบทางเดินอาหารได้พักผ่อนนานกว่า
ผลของการทดลองพบว่าเมื่อให้หญิง 47 คน อายุ 50 ถึง 79 ปี มีปัญหาน้ำหนักเกินหรือเป็นโรคอ้วน ได้รับคำแนะนำให้ลดปริมาณแคลอรี่ที่รับประทานต่อวันลง 500 แคลอรี่ ในกลุ่มนี้ 26 คนปฏิบัติไอเอฟแบบ 8/16 หรือบริโภคอาหารทั้งหมดภายในระยะเวลาไม่เกิน 9 ชั่วโมงในแต่ละวัน ขณะที่อาสาสมัครส่วนที่เหลือยังคงบริโภคอาหารอย่างปกติ ผลของการทดลองหกเดือนพบว่าทั้งสองกลุ่มลดน้ำหนักตัวลงใกล้เคียงกัน ในขณะที่ผลลัพธ์ด้านการรับรู้หรือประสิทธิภาพการทำงานของสมองในการทดสอบที่วัดผลจากการวางแผนเชิงพื้นที่และการแก้ปัญหา แตกต่างกัน ความสามารถในการจดจำข้อมูลระหว่างการทำงานในแต่ละวันดีขึ้น ข้อผิดพลาดที่เกี่ยวข้องกับความจำลดลง ทีมวิจัยอธิบายว่าเป็นผลจากปฏิกิริยาระหว่างจังหวะการเต้นของหัวใจ การอักเสบ สุขภาพการเผาผลาญ และวิถีทางชีวภาพช่วยให้ร่างกายรับรู้และตอบสนองต่อสารอาหารได้ดีขึ้น ส่งผลสืบเนื่องต่อการทำงานของสมอง ดังนั้น การใช้เวลากินอาหารที่สั้นลงในแต่ละวันช่วยให้สมองทำงานดีขึ้น สรุปอย่างนั้น
#drwinaidahlan, #ดรวินัยดะห์ลัน, #If4brain, #Ageing

