ถึงวันนี้ไม่ต้องบอกแล้วว่าความอ้วนและโรคอ้วนสร้างปัญหาให้กับสุขภาพได้มากขนาดไหน อ้วนแล้วสุขภาพย่ำแย่ไม่ใช่จากโรคอ้วนแต่เป็นเพราะโรคที่ตามมากับโรคอ้วน อย่างนี้เองจึงทำให้ผู้คนไม่อยากอ้วน นอกจากเสียบุคลิกภาพแล้ว สุขภาพยังเป็นปัญหาตามมาอีกจึงต้องหาทางลดความอ้วนลงให้ได้ วิธีที่ดีที่สุดคือลดปริมาณอาหารที่บริโภคลง เพราะพลังงานในอาหารสะสมเป็นไขมันกระทั่งเกิดโรคอ้วน ไขมันที่สะสมสลายเป็นพลังงานไม่ง่ายสักเท่าไหร่ เรื่องอย่างนี้รับรู้กันดีอยู่แล้ว
ที่กล่าวว่าหากปล่อยให้อ้วน ลดน้ำหนักตัวลงไม่ง่ายนั้น มีตัวอย่างให้เห็นคือการกินข้าวเปล่าหนึ่งทัพพีให้พลังงาน 80 กิโลแคลอรี หากร่างกาบไม่ใช้พลังงานจำนวนนี้ จะนำไปสะสมเป็นไขมันตามเนื้อเยื่อไขมัน คิดจะสลายพลังงานที่ว่านี้ออกจากร่างกายอาจต้องใช้วิธีเดินเร็วนานครึ่งชั่วโมง ทั้งเสียเวลา ทั้งยุ่งยากแถมเหนื่อยอีกต่างหาก จึงบอกไงว่าการจ่ายพลังงานด้วยวิธีออกกำลังกายนั้นไม่ง่าย ใช้วิธีลดอาหารตั้งแต่ต้นยังจะดีกว่า แต่เอาเข้าจริงการอดอาหารก็ใช่จะง่าย การเอาชนะพลังของฮอร์โมนหิวกรีลิน (ghrelin) และฮอร์โมนหาอาหารโอเรกซินเอ (orexin A) ยากกว่าที่หลายคนคิด แพทย์และนักโภชนาการจึงหาวิธีที่ง่ายกว่านั้นเพื่อลดปริมาณอาหารที่กิน
นักวิชาการพบว่าการกินช้า ใช้เวลาเคี้ยวนาน อย่างเช่น เคี้ยวอาหาร 32 ครั้งก่อนกลืนตามที่นิยมทำกันหลังยุควิคตอเรียนของอังกฤษที่เรียกกันว่า Edwardian ยุคกษัตริย์เอ็ดเวิร์ดที่ 7 บางครั้งเรียกว่า Flethcherism อีกวิธีหนึ่งคือเคี้ยว 50 ครั้งตามแนวทางพระนิกายเซนในญี่ปุ่น ทั้งสองวิธีนี้ครั้งหนึ่งได้รับความนิยมเพื่อใช้ลดน้ำหนักตัว ผลสัมฤทธิ์ค่อนข้างดีเนื่องจากการเคี้ยวช้าทำให้กินได้น้อยลง ร่างกายใช้พลังงานจากการเคี้ยวมากขึ้น ดุลพลังงานลดลง ทว่าการเคี้ยวช้ากลายเป็นเรื่องน่าเบื่อ สุดท้ายผู้คนจึงเลิกความนิยมกันไปในที่สุด พักหลังหาคนคอยนับจำนวนครั้งของการเคี้ยวก่อนกลืนอาหารแทบไม่ได้
อีกวิธีหนึ่งที่น่าสนใจกลายเป็นงานวิจัยตีพิมพ์ในวารสาร Food Quality and Preference เดือนพฤษภาคม 2025 เป็นงานวิจัยจากมหาวิทยาลัยเพนน์สเตทหรือ Pensylvania State University ใกล้เมืองพิตสเบิร์ก โดยเติมพริกทำให้อาหารเผ็ดขึ้น เป็นต้นว่าใช้เครื่องแกงอินเดียอย่างไก่มัสซาลา ไก่ติกกา หรือโดยเติมพริกเม็กซิกันลงในอาหาร คนอเมริกันไม่ชินกับอาหารเผ็ด จึงใช้เวลากินอาหารนานขึ้น ได้รับอาหารน้อยลง ผลคือน้ำหนักตัวลดลง ทีมวิจัยสรุปว่าการทำให้อาหารเผ็ดหรือทำให้อาหารไม่อร่อย ช่วยให้ได้รับพลังงานลดลง น้ำหนักตัวจึงลดลงได้ งานวิจัยนี้หากนำมาศึกษาในประเทศไทยคงไม่ได้ผล จะให้ดีกว่านั้นคือหาคนครัวที่ทำอาหารรสชาติไม่เป็นสรรพรส ที่เรียกว่าไม่เป็นสับปะรดนั่นแหละ เอาเป็นว่าอยากลดอ้วนอย่ากินอาหารอร่อย จะได้ไม่กินมาก สรุปง่าย ๆ อย่างนั้น
#drwinaidahlan, #ดรวินัยดะห์ลัน, #โรคอ้วน, #อาหารเผ็ด

