อัลกุรอาน บทที่ 86 อัฎฎอริก มีเนื้อหากล่าวถึงชั้นฟ้าหรือจักรวาลโดยมีสองคำที่น่าสนใจซึ่งเกี่ยวข้องกับการค้นพบทางดาราศาสตร์ยุคใหม่อย่างน่าฉงน คำแรกคือ “อัฏฏอริก” (ٱلطَّارِقِ) คำแปลตรงตัวที่สุดของคำนี้คือ “ผู้เคาะ” อีกความหมายหนึ่งคือ “ผู้มากับยามค่ำคืน” คำที่สองคือ “อัซซากิบ” (ٱلثَّاقِبُ) คำแปลตรงตัวคือ “รู” หรือ “หลุม” (hole) อัลกุรอานบทที่ 86 อัฏฏอริก วรรคที่ 1-3 จึงมีความหมายว่า
وَٱلسَّمَآءِ وَٱلطَّارِقِ
وَمَآ أَدْرَىٰكَ مَا ٱلطَّارِقُ
ٱلنَّجْمُ ٱلثَّاقِبُ
“ขอสาบานด้วยชั้นฟ้าและอัฏฏอริก และอะไรเล่าจะทำให้เจ้ารู้ได้ว่าอัฏฏอริก (ผู้เคาะ) คืออะไร คืออัซซากิบ (หลุม) นั่นเอง” อัฏฏอริก 86: 1-3
บทนี้แม้คนในยุคการมาของอัลกุรอานในศตวรรษที่ 7 เข้าใจภาษาอาหรับเป็นอย่างดีก็ยังไม่เข้าใจ ผู้คนยุคหลังจากนั้นก็ไม่รู้เรื่อง ใครจะเข้าใจได้ว่าผู้เคาะคือหลุม หากแปลตรงไปตรงมาอย่างนั้นจะทำผู้คนสับสนเอาได้ บนฟากฟ้าจะมีหลุมได้อย่างไร หลุมที่ไหนจะกลายเป็นผู้เคาะไปได้ ด้วยเหตุนี้เมื่อมีการแปลเป็นภาษาต่าง ๆ รวมทั้งภาษาไทย วรรค 1-3 ของบทอัฏฏอริกจึงแปลออกมาทำนองว่า “ขอสาบานด้วยชั้นฟ้าและสิ่งที่มาในยามค่ำคืน และอะไรเล่าที่ทำให้เจ้ารู้ได้ว่าสิ่งที่มาในยามค่ำคืนนั้นคืออะไร คือดวงดาวที่ประกายแสง” แปลทำนองนี้ช่วยลดความสับสนไปได้มาก
วันเวลาผ่านมาจนถึงยุคศตวรรษที่ 21 ดาราศาสตร์วันนี้พบแล้วว่าจักรวาลนั้นไม่ว่างเปล่า อีกทั้งไม่เงียบหากมีเทคโนโลยีจับคลื่นเสียงได้ จะพบว่ามีเสียงต่าง ๆ เกิดขึ้นมากมายในจักรวาลรวมถึงเสียงเคาะ กรณีของเสียงเคาะนั้น วงการดาราศาสตร์พบว่าเป็นเสียงที่เกิดจาก ”เควซาร์“ (Quasar) โดยผู้เคาะคือ ”หลุมดำ“ (Blackhole) ตรงกับถ้อยความในอัลกุรอานบทที่ 86 วรรค 1-3 ที่ว่า “ขอสาบานด้วยชั้นฟ้าและผู้เคาะ และอะไรเล่าจะทำให้เจ้ารู้ได้ว่าผู้เคาะคืออะไร คือหลุมดำนั่นเอง” อย่างพอเหมาะพอเจาะ
เควซาร์จากหลุมดำนอกจากสร้างคลื่นเสียงเคาะ ยังสร้างแสงสว่างปริมาณมหาศาล บางเควซาร์สามารถสร้างแสงสว่างมากกว่าดวงอาทิตย์ถึง 500 ล้านล้านเท่า https://youtube.com/shorts/EL5d7Xcmybs?si=kjgWQP7fPW6pJ6lc
พวกเราหากอยากฟังเสียงเคาะจากเควซาร์ในรูปลักษณะต่าง ๆ ซึ่งเป็นเสียงที่เครื่องมือทางดาราศาสตร์บันทึกไว้ได้จากหลุมดำ โดยรวมเสียงจากพัลซาร์ (Pulsars) ที่บันทึกได้จากดาวนิวตรอน (Neutron star) ลองฟังใน

