อันที่จริงเคยเขียนไว้นานมาแล้ว ขอนำมาเขียนกันอีกครั้ง โดยทั่วไปร่างกายมนุษย์มีจุลินทรีย์อาศัยอยู่มาก ส่วนใหญ่คือแบคทีเรีย บางส่วนเป็นยีสต์ รา อาศัยทั้งบนผิวหนัง หนังศีรษะ ในปาก หู จมูก อวัยวะเพศและส่วนอื่น ที่อาศัยอยู่มากที่สุดคือในลำไส้ใหญ่ จุลินทรีย์บางชนิดไม่มีประโยชน์ บางชนิดคือเชื้อโรคที่ก่ออันตราย แต่จำนวนมากให้ประโยชน์ เรียกว่า “โปรไบโอติก” (Probiotic) ช่วยย่อยอาหาร ดูแลเมแทบอลิซึม เสริมภูมิต้านทานโรค หรือให้สารอาหารที่เป็นประโยชน์ทั้งยังช่วยควบคุมจุลินทรีย์ประเภทเชื้อโรคได้อีก มนุษย์มาตรฐานเพศชายสูง 180 ซม.น้ำหนักตัว 70 กก.มีเซลล์ร่างกายประมาณ 30 ล้านล้านเซลล์ จุลินทรีย์ในร่างกายมีมากกว่าเซลล์ร่างกายประมาณ 25-30% หรือมีประมาณ 37 ล้านล้านเซลล์
เมื่อรู้ว่าโปรไบโอติกให้ประโยชน์ วงการโภชนาการและการแพทย์จึงแนะนำให้เสริมโปรไบโอติกเข้าสู่ร่างกาย ผ่านอาหารบ้าง เสริมในรูปผลิตภัณฑ์บ้าง ที่แนะนำโดยทั่วไปคือให้เสริมโปรไบโอติก 1-10 พันล้าน CFU (Conony-Forming Unit) โปรไบโอติกที่เสริมเหล่านี้ประกอบด้วยจุลินทรีย์ประเภทต่าง ๆ ที่เป็นประโยชน์และคัดเลือกมาแล้วเพื่อเพิ่มจำนวนจุลินทรีย์ในร่างกาย ส่วนใหญ่เสริมทางปากแบบอาหาร บางชนิดเป็นผลิตภัณฑ์ทาเฉพาะที่ เช่น ทาบนผิวหนังหรือพ่นเข้าไปในโพรงร่างกาย เช่น จมูก ปากหรืออวัยวะเพศ
การเสริมโปรไบโอติกจำเป็นต้องพิจารณาปริมาณอย่าให้มากเกินไป 500 ล้านถึง 50 พันล้าน CFU ยังนับเป็นปริมาณที่ให้ประโยชน์ได้ หากมากกว่า 70 พันล้าน CFU อาจก่อปัญหาเป็นต้นว่าอุจจาระเหลวหรือท้องเสียนานเป็นสัปดาห์จึงต้องระมัดระวังกันไว้หน่อย นั่นเป็นเรื่องของโปรไบโอติก หากเสริมโปรไบโอติกแล้ว ในทางโภชนาการยังแนะนำให้เสริมสารอาหารที่ช่วยเลี้ยงโปรไบโอติกทั้งโปรไบติกที่เพิ่งเสริมเข้าไปหรือที่มีในร่างกายอยู่แต่เดิมแล้ว สารอาหารช่วยเลี้ยงโปรไบโอติกเหล่านี้เรียกกันว่า “พรีไบโอติก (Prebiotic)
พรีไบโอติกคือส่วนประกอบของอาหารที่ระบบทางเดินอาหารของร่างกายย่อยไม่ได้ แต่โปรไบโอติกย่อยและนำไปใช้ประโยชน์ได้จึงส่งผลดีต่อร่างกายช่วยกระตุ้นการเจริญเติบโตของโปรไบโอติก ช่วยสุขภาพของร่างกาย พรีไบโอติกมีอยู่ในอาหารหลายชนิด เช่น ธัญพืชไม่ขัดสี กล้วย ผักใบเขียว หัวหอม กระเทียม ถั่วเหลือง อะโวกาโด อาติโช๊ค พรีไบโอติกที่นิยมนำมาใช้เป็นอาหารเสริม อย่างเช่น อินูลิน (Inulin) โอลิโกฟรุคโตส (Oligofructos) และกาแลกโตโอลิโกแซกคาไรด์ (GOS) ซึ่งพบได้ในอาหาร เช่น อาติโช๊ค เยรูซาเล็ม รากชิโครี และถั่วเหลือง
ข้อแนะนำเรื่องพรีไบโอติกยังไม่มีอย่างเป็นทางการนัก โดยมีข้อแนะนำว่าควรเสริมพรีไบโอติก 3 ถึง 5 กรัมต่อวัน ดีที่สุดคือเสริมในรูปอาหารที่มีพรีไบโอติก ยังมีอีกชนิดหนึ่งที่พูดถึงกันมากคือ “ซินไบโอติก” (Synbiotic) ซึ่งเป็นส่วนผสมระหว่างโปรไบโอติกกับพรีไบโอติก พักหลังมีการผลิตออกมาจำหน่าย ลองหากันดูในตลาดก็แล้วกัน
#วินัยดะห์ลัน, #drwinaidahlan, #โปรไบโอติก, #พรีไบโอติก, #ซินไบโอติก

