ระวังมะเร็งที่เกิดจากสารพัดปัจจัยที่ป้องกันได้กันหน่อย

ตายกันผล็อย ๆ มากที่สุดเวลานี้คือการเสียชีวิตด้วยมะเร็งที่มีอยู่มากมายกว่าร้อยชนิด ตั้งแต่ ค.ศ.1990 เป็นต้นมา ผู้ป่วยมะเร็งทั่วโลกเพิ่มขึ้นสองเท่า ผู้ป่วยใหม่มีมากถึง 18.5 ล้านรายใน ค.ศ.2023 ขณะที่ผู้เสียชีวิตมีมากกว่า 10 ล้านรายต่อปี โดยประเทศที่มีรายได้ต่ำและปานกลางรวมถึงประเทศไทยมีอัตราการเพิ่มสูงที่สุด รายงานของหลายทีมวิจัยทั่วโลกตีพิมพ์ในวารสาร Lancel มกราคม ค.ศ.2026 พบว่า 40% ของการเสียชีวิตจากมะเร็งเหล่านี้เกี่ยวข้องกับปัจจัยเสี่ยงที่ป้องกันได้ จำเป็นต้องให้ความรู้แก่ประชาชน

การพึ่งพาบริการจากภาครัฐย่อมเป็นภาระหนัก การให้ประชาชนป้องกันตนเองควรเป็นวิธีที่ถูกต้องมากกว่า ในงานวิจัยที่ดำเนินการใน 204 ประเทศและดินแดนทั่วโลก พบว่าร้อยละ 42 (4.3 ล้านคน) จากจำนวนผู้เสียชีวิตจากมะเร็งทั้งหมด 10.4 ล้านคนใน ค.ศ.2023 เกี่ยวข้องกับปัจจัยเสี่ยงที่สามารถปรับเปลี่ยนได้ 44 ประการ ผู้ชายมีแนวโน้มเสียชีวิตจากมะเร็งที่เกี่ยวข้องกับความเสี่ยงที่สามารถปรับเปลี่ยนได้มีมากกว่าผู้หญิง โดยกลุ่มผู้หญิง ร้อยละ 36 ของการเสียชีวิตเกิดจากโรคมะเร็งมีความเกี่ยวข้องกับปัจจัยเสี่ยงที่สามารถปรับเปลี่ยนได้

ลองมาดูกันดีกว่าว่าปัจจัยเสี่ยงต่อมะเร็งกลุ่มที่ป้องกันได้ มีอะไรบ้าง ปัจจัยเสี่ยง ระดับ 1 ได้แก่ พฤติกรรม, สิ่งแวดล้อม/อาชีพ, ระบบเผาผลาญ ระดับ 2 ได้แก่ มลพิษทางอากาศ, ความเสี่ยงด้านอาหาร, การใช้ยาเสพติด, การดื่มแอลกอฮอล์ปริมาณมาก, โรคอ้วน, ระดับน้ำตาลในเลือดสูง, ออกกำลังกายน้อย, ความเสี่ยงด้านอาชีพ, ความเสี่ยงด้านสิ่งแวดล้อมอื่นๆ, การสูบบุหรี่, การมีเพศสัมพันธ์ที่ไม่ปลอดภัย

ระดับ 3 ได้แก่ การเคี้ยวใบยาสูบ, อาหารที่มีเนื้อสัตว์แปรรูปสูง, อาหารที่มีเนื้อแดงสูง, โซเดียมสูง, แคลเซียมต่ำ, ไฟเบอร์ต่ำ, ผลไม้ต่ำ, นมต่ำ, ผักต่ำ, ธัญพืชไม่ขัดสีต่ำ, สารก่อมะเร็งในที่ทำงาน, มลพิษจากฝุ่นละออง, ก๊าซเรดอน, ควันบุหรี่มือสอง, การสูบบุหรี่ ระดับ 4 ได้แก่ มลพิษจากฝุ่นละอองในอากาศ, มลพิษทางอากาศภายในบ้านจากเชื้อเพลิงแข็ง, การสัมผัสสารหนู, แร่ใยหิน, เบนซีน, เบริลเลียม, แคดเมียม, โครเมียม, ไอเสียจากเครื่องยนต์ดีเซล, ฟอร์มาลดีไฮด์, นิกเกล, สารโพลีไซคลิกอะโรมาติกไฮโดรคาร์บอน, ซิลิกา, กรดซัลฟิวริก, ไตรคลอโรเอทิลีน

เมื่อเรียนรู้ปัจจัยก่อมะเร็งที่ป้องกันได้แล้ว ลองหาวิธีป้องกันตนเองจากมะเร็งโดยหลีกเลี่ยงปัจจัยเสี่ยงที่กล่าวถึงข้างต้นซึ่งน่าจะทำได้ไม่ยาก ดูแลรักษาตนเองเพื่อป้องกันมะเร็งจะดีกว่าการรอให้ภาครัฐเข้ามาช่วยจัดการ รออย่างนั้นน่าจะไม่ทันการแล้ว

#drwinaidahlan, #ดรวินัยดะห์ลัน, #มะเร็งกับปัจจัยที่ป้องกันได้

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *