“กระท่อม” คือพืชชนิดหนึ่ง ชื่อภาษาอังกฤษเรียกทับภาษาไทยว่า Kratom เนื่องจากเป็นชื่อที่ได้รับความนิยมมากที่สุด ชื่อทางชีววิทยาของกระท่อมคือ Mitragyna speciosa (Korth.) Havil. อยู่ในวงศ์เข็มและกาแฟ พืชชนิดนี้มีสารที่ก่อให้เกิดอาการเสพติดและผลต่อจิตประสาทคือกลุ่ม อัลคาลอยด์ (Alkaloids) โดยมีตัวหลัก 2 ชนิด คือ Mitragynine และ 7-hydroxymitragynine ทั้งสองตัวมีมากในใบ ตัวหลังออกฤทธิ์แรงกว่ามอร์ฟีนหลายเท่า เป็นตัวการหลักที่ทำให้เกิดการเสพติด
ตามประเพณีดั้งเดิม ผู้คนใช้ใบกระท่อมโดยการเคี้ยว บด หรือชงเป็นชาเพื่อกระตุ้นการเพิ่มพลังงาน ระงับประสาท บรรเทาอาการปวด ช่วยให้รู้สึกดีขึ้น สงบ ลดความวิตกกังวล บางกรณียังใช้บรรเทาความเจ็บปวด บางคนใช้กระท่อมเพื่อบรรเทาอาการถอนยาเสพติดประเภทโอปิออยด์ ในอดีตกระท่อมถูกจัดเป็นยาเสพติดให้โทษประเภท 5 ทว่าถึง พ.ศ.2564 มีการปลดล็อกกระท่อมออกจากบัญชียาเสพติด โดยควบคุมภายใต้ พรบ.พืชกระท่อม พ.ศ.2565 แทน ปัจจุบันประชาชนสามารถปลูก เคี้ยวใบ หรือต้มน้ำดื่มเพื่อบริโภคเองโดยไม่ผิดกฎหมาย เพียงห้ามขายใบกระท่อมหรือน้ำต้มกระท่อมให้กับบุคคลอายุต่ำกว่า 18 ปี, สตรีมีครรภ์ และสตรีให้นมบุตร ในวันนี้ในประเทศไทยจึงเห็นกระท่อมวางขายกันเกลื่อนไปหมด
การบริโภคกระท่อมเป็นปัญหาหรือเปล่า ลองไปดูสถานการณ์การบริโภคกระท่อมในสหรัฐอเมริกา ค.ศ.2026 หรือปีนี้ก็แล้วกัน กระท่อมกลายเป็นความปริวิตกของวงการแพทย์ในสหรัฐอเมริกาโดยมีรายงานจากมหาวิทยาลัยเวอร์จิเนียสรุปว่าเวลานี้ในสหรัฐอเมริกามีรายงานด้านพิษวิทยาจากการเสพกระท่อมเพิ่มขึ้น 1,200% หรือเพิ่มจาก 258 กรณีเป็น 3,434 กรณีในช่วงทศวรรษที่ผ่านมาควบคู่ไปกับการเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วของกรณีการเข้ารักษาในโรงพยาบาลและการเสียชีวิตที่เชื่อมโยงกับการเสพกระท่อมที่เพิ่มขึ้นเนื่องจากกระท่อมหาซื้อได้ง่าย ยิ่งไปกว่านั้นผู้เสพยังนิยมปรับปรุงสูตรการเสพโดยผสมกับสารอื่น พฤติกรรมนี้พบในประเทศไทยเช่นกัน
จำนวนผู้ป่วยจากการเสพกระท่อมที่เข้ารักษาในโรงพยาบาลเพิ่มขึ้นมากกว่า 1,150% ในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา โดยเพิ่มขึ้นจาก 43 รายใน ค.ศ. 2015 เป็น 538 รายใน ค.ศ.2025 เมื่อใช้กระท่อมร่วมกับสารอื่นๆ เช่น ยาเสพติดผิดกฎหมายหรือยาแก้ซึมเศร้า จำนวนผู้ป่วยที่ต้องเข้ารักษาในโรงพยาบาลเพิ่มขึ้นเกือบ 1,300% จาก 40 รายเป็น 549 ราย นอกจากนี้ยังพบว่ามีผู้เสียชีวิต 233 รายที่เกี่ยวข้องกับการใช้กระท่อม ในจำนวนนี้ 184 รายเกี่ยวข้องกับการใช้สารหลายชนิดร่วมกัน แนวโน้มด้านสาธารณสุขจากการเสพกระท่อมจึงน่าเป็นห่วง ส่วนในประเทศไทย ผู้คนรวมถึงรัฐบาลจะห่วงตามสหรัฐอเมริกาหรือไม่ ต้องคอยติดตามดูสถานการณ์กันต่อไป
#drwinaidahlan, #ดรวินัยดะห์ลัน, #kratom, #กระท่อม, #ปัญหาจากการเสพกระท่อม

