การจัดทำสุดยอดตำรารวบรวมฮะดีษ “ศอฮีฮฺบุคอรี” ใช้เวลา 16 ปี ระหว่าง ค.ศ.825-841 การดำเนินงานเมื่อกว่า 1,200 ปีมาแล้ว อิหม่ามบุคอรีใช้แนวทางที่อาจนับเป็นนิติวิทยาศาสตร์ยุคเก่า ความสำเร็จเกิดขึ้นจากหลายปัจจัย สำคัญคือมีระบบนิเวศที่เอื้อ บุคคลากรและโครงสร้างพื้นฐานของสังคมที่พร้อม งบประมาณเพียงพอ โดยผู้ปกครองในพื้นที่ต้องให้การสนับสนุน มีการวิจัยและวิเคราะห์ที่เป็นระบบ งานนี้จึงใช่จะทำกันได้ง่าย ๆ
ในยุคสมัยของอิหม่ามบุคอรี (ค.ศ.810-870) ผู้ปกครองเวลานั้นคือ “คอลีฟะฮฺอัลมะมูน” (ค.ศ.786-833) สร้างระบบนิเวศที่เอื้อต่อการดำเนินงานของอิหม่ามบุคอรีไว้เป็นที่เรียบร้อย พระองค์ทรงพัฒนาศูนย์ศิลปวิทยาการ “บัยตุ้ลฮิกมะฮฺ” ต่อยอดจากคอลีฟะฮฺพระองค์ก่อน ศูนย์แห่งนี้ก่อตั้งขึ้นช่วง ค.ศ.714 ดำรงอยู่ยาวนานกว่าห้าร้อยปีกระทั่งถูกกองทัพมองโกลเผาทำลายใน ค.ศ.1258 ศิลปวิทยาการในโลกอิสลามจำนวนมหาศาลแม้ถูกทำลายทว่าก่อนหน้านั้นยังมีเวลานานพอที่จะถ่ายทอดไปยังทวีปยุโรปปลุกกระแสฟื้นฟูศิลปวิทยาการเปลี่ยนยุโรปจากยุคมืดสู่ยุคเรเนสซองค์ พัฒนาสู่ยุคเรืองปัญญากระทั่งต่อยอดเป็นศิลปวิทยาการของโลกยุคปัจจุบันในที่สุด
ยุคสมัยของคอลีฟะฮฺอัลมะมูน ศิลปะวิทยาการด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีที่ก้าวหน้ายึดแนวทางเทววิทยาแบบเหตุผลนิยม (rational theology) วิทยปัญญาแพร่ไปทั่วโลกอิสลามกระทั่งถึงเมืองบุคอรอ (อุซเบกิสถานในปัจจุบัน) เด็กหนุ่มที่มีปัญหาด้านสายตาคนหนึ่งที่ต่อมาได้รับฉายาว่า “อิหม่ามบุคอรี” ศึกษาศาสนาอิสลามผสมผสานการวิเคราะห์แบบเหตุผลนิยม จดจำฮะดีษได้มากมายถึง 70,000 บท ด้วยระบบนิเวศที่พร้อมจึง ตัดสินใจเดินทางไปศึกษาฮะดีษเพิ่มเติมที่มักกะฮฺในดินแดนฮิจาซใน ค.ศ.825 ใช้เวลานาน 6 ปี รวบรวมฮะดีษได้มากถึง 600,000 บท พบปะนักวิชาการมากมาย จากนั้นใช้เวลาอีกนานนับสิบปีทำการวิเคราะห์วิจัยฮะดีษ จัดแบ่งระดับความน่าเชื่อถือของฮะดีษเป็นสามกลุ่มคือศอฮีฮฺ (แท้จริง) ฮะซัน (ดี) และ ฎออีฟ (อ่อนทว่ายังใช้ได้)
กลุ่มสุดท้ายที่แยกออกมาคือ “เมาดูอฺ” ไม่น่าเชื่อถือต่อการนำไปใช้ในการกำหนดคำวินิจฉัยทางกฎหมาย โดยอาจเป็นฮะดีษที่กุขึ้นหรือไม่ก็ได้ ด้วยกระบวนการที่พิถีพิถัน เป็นขั้นเป็นตอน ท้ายที่สุด อิหม่ามบุคอรีคัดเลือกฮะดีษที่นับว่าศอฮีฮฺได้ 7,563 บทจากฮะดีษที่รวบรวมไว้ 600,000 บท ส่วนที่คัดออกมีมากถึงร้อยละ 98.74 ฮะดีษศอฮีฮฺของอิหม่ามบุคอรีจึงนับเป็นครีมทางวิชาการศาสนาอิสลาม กำหนดเกณฑ์การคัดเลือกที่เข้มงวด มีการปรึกษาหารือผู้รู้จำนวนมาก ยึดมั่นความซื่อสัตย์และความน่าเชื่อถือของผู้รายงานในสายการถ่ายทอด ก่อนบันทึกฮะดีษแต่ละครั้ง ท่านละหมาดสองร็อกอะฮฺ เพื่อขอต่ออัลลอฮฺให้มั่นใจว่าฮะดีษที่รวบรวมได้นั้นถูกต้องแม่นยำ ศอฮีฮฺบุคอรีจึงนับเป็นอีกแนวทางหนึ่งในการบูรณาการวิทยาศาสตร์เข้ากับชารีอะฮฺ
#ดรวินัยดะห์ลัน, #drwinaidahlan, #อิหม่ามบุคอรี, #นิติวิทยาศาสตร์

