ประเด็นความเห็นไม่ตรงกันกรณี “ศูนย์วิทยาศาสตร์ฮาลาล จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย”

ในยุคเทคโนโลยีดิจิตอล สาธารณชนเข้าถึงสื่อได้รวดเร็ว เป็นผลให้เกิดเรื่องราวลักษณะ “ดราม่า” ได้บ่อย ในที่นี้ขอเรียกว่า “ความเห็นไม่ตรงกัน” ก็แล้วกัน ประเด็นที่เกี่ยวข้องกับ “กิจการฮาลาล” ที่ดำเนินการโดยสำนักงานคณะกรรมการกลางอิสลามแห่งประเทศไทย (สกอท.) และสำนักงานคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัด (สกอจ.) อันเป็นไปตามพระราชบัญญัติการบริหารองค์กรศาสนาอิสลาม พ.ศ.2540 มาตราที่ 18(9) และมาตราที่ 26(13) เกิดขึ้นหลายครั้ง ทว่าไม่เคยส่งผลกระทบถึง “ศูนย์วิทยาศาสตร์ฮาลาล จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย” (ศวฮ.) มาครั้งใหม่เกิดประเด็นในลักษณะที่ว่า มีผู้เรียกร้องให้กระทรวงอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ต้นสังกัดจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ทบทวนและยกเลิก ศวฮ.ด้วยเหตุผลว่ามาจากนโยบายที่ไม่สอดคล้องและขัดต่อยุทธศาสตร์ชาติตามที่รัฐธรรมนูญบัญญัติไว้ เพื่อปกป้องคุ้มครองสถาบันหลักของประเทศ หนักหนาถึงระดับนั้น

ในฐานะที่เป็นบุคคลที่เกี่ยวข้องโดยตรงในเรื่องนี้ จะตอบเองคงไม่ใช่ปัญหา ทว่าให้ฝ่ายเป็นกลางตอบจะดีกว่า ฝ่ายเป็นกลางที่ว่านี้คือ “AI Gemini” ผมเขียนถามในวันนี้อ้างถึงประเด็นที่ว่า คำตอบจาก AI Gemini มีดังนี้ – มติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 13 สิงหาคม พ.ศ. 2546 ที่อนุมัติงบประมาณยกระดับห้องปฏิบัติการวิทยาศาสตร์ฮาลาล คณะสหเวชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จนนำไปสู่การจัดตั้ง ศูนย์วิทยาศาสตร์ฮาลาล จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยนั้น “ไม่ขัดแย้ง” กับยุทธศาสตร์ชาติ (ซึ่งประกาศใช้ในเวลาต่อมา) และ “ไม่ขัดแย้ง” กับความคงอยู่ของสถาบันหลักของประเทศ ในทางกลับกันกลับเป็นกลไกสำคัญที่ส่งเสริมและสร้างประโยชน์ในวงกว้าง ดังนี้

ความสอดคล้องและประโยชน์ต่อยุทธศาสตร์ชาติ (ไม่ขัดแย้ง แต่ส่งเสริมอย่างมีนัยสำคัญ) แม้ว่าศูนย์วิทยาศาสตร์ฮาลาลจะจัดตั้งขึ้นก่อนการประกาศใช้ยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี (พ.ศ. 2561-2580) แต่พันธกิจของศูนย์ฯ สอดคล้องและตอบโจทย์เป้าหมายของยุทธศาสตร์ชาติในหลายด้านอย่างชัดเจน เป็นต้นว่า ยุทธศาสตร์ด้านการสร้างความสามารถในการแข่งขัน ได้แก่ ครัวไทยสู่ครัวโลก การนำวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีมาใช้ตรวจสอบสิ่งปนเปื้อน (เช่น ดีเอ็นเอสุกร หรือสารต้องห้ามตามหลักการศาสนาอิสลาม) ช่วยสร้างความเชื่อมั่นอย่างสูงให้กับผู้บริโภคมุสลิมทั่วโลก

ก) การขยายมูลค่าการส่งออก ช่วยให้ผู้ประกอบการไทย ทั้งที่เป็นมุสลิมและไม่ใช่มุสลิม สามารถส่งออกสินค้าอาหาร เครื่องสำอาง และยา ไปยังกลุ่มประเทศความร่วมมืออ่าวอาหรับ (GCC) และตลาดมุสลิมทั่วโลกที่มีประชากรกว่า 2,000 ล้านคน ส่งผลดีต่อระบบเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศ ข) ยุทธศาสตร์ด้านการพัฒนาและเสริมสร้างศักยภาพทรัพยากรมนุษย์ ศูนย์ฯ ทำหน้าที่เป็นสถาบันวิจัยและฝึกอบรม พัฒนาบุคลากร นักวิทยาศาสตร์ และผู้ตรวจประเมินมาตรฐานฮาลาล ทำให้ประเทศไทยมีแรงงานทักษะสูงในอุตสาหกรรมนี้ ค) ยุทธศาสตร์ด้านการสร้างโอกาสและความเสมอภาคทางสังคม เป็นการสนับสนุนเศรษฐกิจฐานราก โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคใต้และชุมชนมุสลิม ให้สามารถยกระดับผลิตภัณฑ์ท้องถิ่นเข้าสู่มาตรฐานสากล สร้างรายได้และลดความเหลื่อมล้ำ

ในประเด็นความสัมพันธ์กับความคงอยู่ของสถาบันหลักของประเทศ (ไม่ขัดแย้ง และเกื้อหนุนความมั่นคง) การจัดตั้งศูนย์วิทยาศาสตร์ฮาลาลไม่ได้ส่งผลกระทบในเชิงลบต่อสถาบันหลัก (ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์) แต่กลับส่งเสริมภาพลักษณ์และความมั่นคงของสถาบันหลักในมิติต่าง ๆ ได้แก่ สถาบันชาติ (ความมั่นคงและภาพลักษณ์สากล) การเป็น “สถาบันด้านวิทยาศาสตร์ฮาลาลแห่งแรกในโลก” ช่วยสร้างชื่อเสียงและ Soft Power ให้กับประเทศไทยในเวทีระดับนานาชาติ แสดงให้เห็นว่าประเทศไทยเป็นอู่ข้าวอู่น้ำที่มีความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีสูง สามารถผสมผสานวิทยาศาสตร์สมัยใหม่เข้ากับหลักศาสนาได้อย่างลงตัว

สถาบันศาสนา (การอยู่ร่วมกันในสังคมพหุวัฒนธรรม) รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยทุกฉบับให้การรับรองและคุ้มครองเสรีภาพในการนับถือศาสนา การที่ภาครัฐสนับสนุนงบประมาณจัดตั้งศูนย์ฯ ภายใต้กำกับของมหาวิทยาลัยของรัฐ เป็นการสะท้อนถึงนโยบายส่งเสริมสังคมพหุวัฒนธรรมอย่างเป็นรูปธรรม สร้างความสมานฉันท์ และแสดงให้เห็นว่าอัตลักษณ์ทางศาสนาสามารถขับเคลื่อนร่วมกับความเจริญทางวิทยาศาสตร์ได้

การตอบสนองต่อพระราชดำริ สถาบันพระมหากษัตริย์ไทยทรงเป็นอัครศาสนูปถัมภกแก่ทุกศาสนา นโยบายการพัฒนาเศรษฐกิจและการสร้างความอยู่ดีกินดีให้แก่ราษฎรทุกกลุ่มโดยไม่แบ่งแยกศาสนา (เช่น แนวคิดเศรษฐกิจพอเพียงและการพัฒนาพื้นที่ภาคใต้) เป็นสิ่งที่สอดคล้องกับแนวทางการดำเนินงานของศูนย์ฯ ที่มุ่งเน้นการสร้างรายได้และยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน บทสรุป การอนุมัติงบประมาณและจัดตั้งศูนย์วิทยาศาสตร์ฮาลาล จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จึงถือเป็น วิสัยทัศน์เชิงยุทธศาสตร์ ที่เปลี่ยนความหลากหลายทางวัฒนธรรมและศาสนาให้กลายเป็น “ข้อได้เปรียบทางการแข่งขัน” ของประเทศในตลาดโลก เป็นประโยชน์ทั้งในแง่เศรษฐกิจ การต่างประเทศ และการสร้างความเข้มแข็งภายในสังคมพหุวัฒนธรรม โดยไม่มีส่วนใดที่ขัดแย้งกับข้อกฎหมาย ยุทธศาสตร์ชาติ หรือสถาบันหลักของประเทศ

เนื้อความทั้งหมดข้างต้นมาจาก AI Gemini ที่ช่วยให้คำตอบซึ่งสอดคล้องกับข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น สิ่งที่ขอเสริมคือหลายประเทศมุสลิม รวมถึงหน่วยงานมาตรฐานหรือ SMIIC ภายใต้องค์การความร่วมมือประเทศมุสลิมหรือโอไอซีทำเอกสารรับรอง ศวฮ.เป็นหน่วยงานตัวแทนของประเทศไทยทางด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีมีส่วนช่วยพัฒนากิจการฮาลาลของโลก โดยทำหนังสือรับรองดังกล่าวผ่านกระทรวงการต่างประเทศ สำเนาถึงจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จึงฝากเรียนเรื่องนี้ถึงท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุดมศึกษาฯ เพื่อทราบด้วย

#drwinaidahlan, #ดรวินัยดะห์ลัน, #ศูนย์วิทยาศาสตร์ฮาลาล, #ฮาลาล, #ยุทธศาสตร์ชาติ, #ศวฮ, #SMIIC, #OIC

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *