น้ำอัดลม น้ำฟิซซี่ ดื่มบ่อยระวังโรคหลอดเลือดสมอง

มารู้จักโรคหลอดเลือดสมองหรือสโตรค (Stroke) กันก่อน โรคนี้เกิดขึ้นเมื่อหลอดเลือดไปเลี้ยงสมองตีบหรือมีลิ่มเลือดอุดตัน ก่อภาวะสโตรค เซลล์สมองเสียหายจากการขาดเลือด (Itchemic stroke) หรือหลอดเลือดแตก (Hemorrhagic stroke) เลือดไหลเข้าสมอง เซลล์ถูกทำลาย เป็นผลให้พิการหรือเสียชีวิต การศึกษาวิจัยใหม่พบว่าน้ำอัดลมไม่ว่าจะเป็นชนิดเติมน้ำตาลหรือเติมสารทดแทนน้ำตาลซึ่งครอบคลุมไปถึงน้ำฟิซซี่ซึ่งเป็นน้ำอัดลมผสมกลิ่นผลไม้ หากดื่มบ่อยอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคหลอดเลือดสมอง นอกจากนี้ยังพบอีกว่าการดื่มกาแฟแม้ให้ประโยชน์ หากดื่มมากกว่า 4 แก้วต่อวันจะเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคหลอดเลือดสมองได้ คำเตือนเหล่านี้น่าสนใจ

งานวิจัยที่ว่านี้เป็นส่วนหนึ่งของโครงการ INTERSTROKE ทีมวิจัยนำโดย นพ.แอนดริว สมิธ (Andrew Smyth) ศาสตราจารย์ด้านระบาดวิทยาคลินิก มหาวิทยาลัยกัลเวย์ (Galway) ประเทศไอร์แลนด์ ร่วมงานกับทีมวิจัยมหาวิทยาลัยแม็กมาสเตอร์ (McMaster) ประเทศแคนาดา และเครือข่ายนักวิจัยโรคหลอดเลือดสมองนานาชาติ มีอาสาสมัครเข้าร่วมโครงการ 27,000 คนจาก 27 ประเทศ ในกลุ่มนี้มีผู้เคยประสบปัญหาโรคหลอดเลือดสมองเป็นครั้งแรกอยู่ 13,500 คน ผลการศึกษาตีพิมพ์เป็นสองส่วนคือการวิจัยถึงผลของการดื่มน้ำอัดลม (Carbonated drinks) น้ำฟิซซี่ (Fizzy drinks) และน้ำเปล่ารายงานไว้ในวารสาร Journal of Stroke เดือนกันยายน 2024 และผลการศึกษาเรื่องชาและกาแฟรายงานไว้ในวารสาร International Journal of Stroke ปีเดือนเดียวกัน

การวิจัยให้ผลออกมาดังนี้ น้ำอัดลม ทั้งที่เติมน้ำตาลและเติมสารให้ความหวาน อาจก่อเกิดโรคหลอดเลือดสมองเพิ่มขึ้น 22% ความเสี่ยงเพิ่มขึ้นรวดเร็วหากดื่ม 2 แก้วขึ้นไปต่อวัน ในส่วนของน้ำฟิซซี่พบว่ากลุ่มที่เติมน้ำตาลและสารกันบูดเพิ่มความเสี่ยงให้เกิดโรคหลอดเลือดสมองได้ 37% หากดื่มวันละ 2 แก้วขึ้นไปเพิ่มความเสี่ยงมากขึ้น 3 เท่า ทีมวิจัยแนะนำว่าหากต้องการดื่มน้ำผลไม้ เลือกเป็นน้ำผลไม้คั้นสดย่อมให้ประโยชน์มากที่สุด แต่เครื่องดื่มฟิซซี่ผสมกลิ่นผลไม้ มีการอัดก๊าซ เติมน้ำตาลและสารกันบูดปริมาณมากอาจก่ออันตรายได้ ส่วนการดื่มน้ำเปล่ากลับให้ประโยชน์ หากดื่มมากกว่า 7 แก้วต่อวันช่วยลดความเสี่ยงต่อโรคหลอดเลือดสมองที่เกิดจากลิ่มเลือดได้

ในส่วนงานวิจัยด้านชากาแฟพบว่า การดื่มกาแฟมากกว่า 4 แก้วต่อวันเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคหลอดเลือดสมองมากขึ้น 37% หากดื่มน้อยกว่านี้ไม่เป็นปัญหา ส่วนการดื่มชาทั้งชาดำ ชาเบรกฟาสท์และเอิร์ลเกรย์ 3-4 แก้วต่อวัน ให้ประโยชน์โดยลดความเสี่ยงต่อโรคหลอดเลือดสมองลงได้ 18-29% การดื่มชาเขียว 3-4 แก้วต่อวัน ลดความเสี่ยงต่อโรคหลอดเลือดสมองลง 27% นอกจากนี้ทีมวิจัยยังแนะนำด้วยว่าการเติมนมลงในชาหรือกาแฟอาจลดหรือขัดขวางประโยชน์ของสารต้านอนุมูลอิสระที่มีในชากาแฟ จึงควรรู้เทคนิคการดื่มชากาแฟให้ได้ประโยชน์กันบ้าง

#ดรวินัยดะห์ลัน, #drwinaidahlan, #น้ำฟิซซี่, #น้ำอัดลม, #สโตรค, #หลอดเลือดสมอง, #ชากาแฟ

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *