น้ำตาลเทียมกับกลไกพึงพอใจในสมองที่ทำให้โหยหาน้ำตาลแท้

น้ำตาลเทียม (Artificial sweetener) คือสารให้รสหวานโดยไม่ให้พลังงานหรือแคลอรี นิยมใช้เป็นสารทดแทนน้ำตาล เติมลงในเครื่องดื่มและอาหารสำหรับคนที่ยังติดหวานโดยไม่ต้องการแคลอรี อย่างเช่น ผู้ป่วยเบาหวานหรือโรคอ้วน นักโภชนาการจำนวนหนึ่งไม่แนะนำน้ำตาลเทียมโดยเชื่อว่ารสหวานจากการหลอกลิ้นของน้ำตาลเทียมไม่สามารถหลอกสมองได้ น้ำตาลเทียมแม้ช่วยให้พึงพอใจกับรสหวานทว่าสมองกลับพบว่านั่นเป็นgเพียงความหวานแห้งแล้ง (dry sweet) ทดแทนรวหวานธรรมชาติ (natural sweet) ไม่ได้ สมองยังเรียกร้องความหวานธรรมชาติอยู่ จึงแสวงหาอาหารหวานธรรมชาติชดเชย ทำให้ได้รับพลังงานเท่าเดิมหรือมากกว่าเดิม พลังงานลดลงไม่ได้

ขอทำความเข้าใจกับกลไกควบคุม “จุดอิ่ม” (satiety center) ในสมองกันสักหน่อย จุดอิ่มที่ว่านี้อยู่ในสมองส่วนไฮโปธาลามัส (Hypothalamus) ในภาวะที่ร่างกายเกิดอาการหิว สมองเกิดกลไกการปิดจุดอิ่ม สมองจะส่งสัญญาณไปยังกระเพาะอาหารให้หลั่งฮอร์โมน “กรีลิน” (Ghrelin) กระตุ้นให้ร่างกายหาอาหารลงท้อง กระทั่งได้พลังงานมากพอควรแล้ว เซลล์ไขมันเริ่มสะสมไขมัน เซลล์ไขมันจึงสร้างฮอร์โมน “เล็พติน” (Leptin) ส่งสัญญาณกระตุ้นการเปิดจุดอิ่มที่ไฮโปธาลามัส ร่างกายจึงหยุดกินอาหาร นี่คือการทำงานของกลไกหิวอิ่มของร่างกาย

ในสมองใกล้บริเวณไฮโปธาลามัส มีกลุ่มเซลล์อีกส่วนหนึ่งเรียกว่า “นิวเคลียสแอคคัมเบนส์” (nucleus accumbens หรือ NAc) มีขนาดเล็กกว่าไฮโปธาลามัส โดยอยู่ที่ฐานของสมองส่วนหน้า ทำหน้าที่ควบคุมความรู้สึกพึงพอใจ และการได้รางวัล เป็นความรู้สึกที่ให้ความสุขเมื่อร่างกายได้รับแคลอรี ทำงานร่วมกับสมองส่วนที่เรียกว่า VTA หรือ ventral tegmental area แคลอรีหรือพลังงานที่ได้รับจากอาหารจะเข้าไปกระตุ้นสมองส่วนนิวเคลียสแอคคัมเบนส์ให้พึงพอใจกับการได้รับอาหารที่ให้แคลอรี ดังนั้นการได้รับน้ำตาลเทียมแม้ได้รสหวานทว่าไม่มีแคลอรี นิวเคลียสแอคคัมเบนส์ไม่ตอบสนองต่อความรู้สึกพึงพอใจ นี่เองที่กลายเป็นสิงที่ทำให้นักโภชนาการกล่าวว่าน้ำตาลเทียมหลอกลิ้นได้ทว่าหลอกสมองไม่ได้ หลอกสมองส่วนนิวเคลียสแอคคัมเบนส์ไม่ได้นี่เอง ยิ่งกินน้ำตาลเทียมมาก ยิ่งโหยน้ำตาลธรรมชาติที่มีแคลอรีมาก กลายเป็นอย่างนั้น

เมื่อร่างกายได้รับน้ำตาลเทียม แม้สมองจะรับรู้ถึงรสหวานที่ผ่านมาทางลิ้น ทว่ากลับไม่เกิดความรู้สึกพึงพอใจกับรสหวานโดยนิวเคลียสแอคคัมเบนส์ไม่มีแคลอรีเข้าไปกระตุ้น ร่างกายจึงพยายามเสาะแสวงหาแคลอรีที่มาจากน้ำตาลแท้หรือน้ำตาลธรรมชาติจากอาหารประเภทอื่น หากเข้าใจการทำงานของสมองสองส่วนที่ว่านี้ ใครคิดจะลดน้ำหนักตัวด้วยการลดพลังงานสมควรหาทางลดความหวานจากน้ำตาลลงให้ได้จะดีกว่า ทำตัวให้ชินกับอาหารไม่หวาน ไม่แนะนำให้ใช้วิธีการทดแทนความหวานด้วยน้ำตาลเทียม เพราะน้ำตาลเทียมหลอกได้แต่ลิ้นแต่หลอกสมองไม่ได้อย่างที่บอก ยิ่งบริโภคน้ำตาลเทียมมากจะยิ่งอ้วนมาก จึงต้องเตือนกันไว้ก่อน

#drwinaidahlan, #ดรวินัยดะห์ลัน, #น้ำตาลเทียม, #

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *