ผู้ประสบภัยธรรมชาติ เช่น จากน้ำท่วมภาคใต้เวลานี้มีจำนวนนับล้านซึ่งจำนวนไม่น้อยคือมุสลิมที่ประสบภาวะยากไร้และขัดสนเฉียบพลัน ความช่วยเหลือจากรัฐบาลหรือหน่วยงานหรือบุคคลทั่วไปอาจไม่เพียงพอที่จะบรรเทาปัญหาที่มีสูงมาก คำถามน่าสนใจมีว่ามุสลิมที่มีภาระจ่ายซะกาตในแต่ละปี สามารถช่วยเหลือผ่านการจ่ายซะกาตแก่ผู้ประสบภัยเหล่านั้นได้หรือไม่
คำตอบจาก Pejabat Mufti Wilayah Persekutuan มาเลเซีย ฟัตวาชุดที่ 14 ระบุว่าการบรรเทาทุกข์ฉุกเฉินในรูปซะกาตสามารถทำได้ โดยผู้ประสบภัยน้ำท่วมเข้าข่ายเป็นหนึ่งในแปดประเภทของผู้มีสิทธิ์รับซะกาต โดยนับเป็นผู้ที่มีหนี้ล้นพ้นตัว (الغارمين al-gharimin ฟาสิค) หรือผู้ยากไร้ (فقراء fuqara’ ฟากีร) หรือผู้ขัดสน (مساكن masakin มิสกีน) โดยเกิดปัญหาจากทรัพย์สินเสียหายหรือสูญหายอย่างฉุกเฉิน ซะกาตช่วยให้คนเหล่านี้ได้รับความช่วยเหลือเร่งด่วน ไม่ว่า อาหาร ที่พักอาศัย หรือการฟื้นฟูทรัพย์สิน
วิธีจ่ายซะกาตแก่ผู้ประสบภัยน้ำท่วม ทำได้โดยจ่ายตรงให้กับบุคคลหรือครอบครัวผู้เสียหาย หรือผ่านองค์กรซะกาตที่เชื่อถือได้ซึ่งเชี่ยวชาญในการกระจายซะกาตอย่างมีประสิทธิภาพ หรือผ่านหน่วยงานบัยตุลมัลซึ่งเป็นสถาบันทางศาสนาอิสลามกรณีที่มีหน่วยงานนี้อยู่ การจ่ายซะกาตทำได้ในรูปเงินสดหรือโอนเงินหรือจ่ายเป็นสิ่งของจำเป็น เช่น อาหาร เสื้อผ้า หรือวัสดุก่อสร้าง ขึ้นอยู่กับความต้องการของผู้ประสบภัย
คำนวณซะกาตที่ต้องจ่ายในปีนี้เพื่อรู้ว่าจะมีซะกาตช่วยเหลือผู้ประสบภัยสักเท่าไหร่ (ร้อยละ 2.5 ของทรัพย์สินตามเกณฑ์นิสอบ) หากไม่เพียงพอกับจำนวนที่ต้องการจ่าย ส่วนที่เกินนับเป็นการบริจาคปกติหรือสะดาเกาะฮ์ ในส่วนซะกาต ให้ผู้จ่ายทำการเนียตในใจว่า “ข้าพเจ้าจ่ายซะกาตด้วยทรัพย์นี้เพื่ออัลลอฮ์ตะอาลา” ทั้งนี้ โดยผู้รับซะกาตต้องเป็นมุสลิม ส่วนผู้มิใช่มุสลิมสามารถรับได้กรณีที่เป็นมุอัลลัฟกุลูบุฮุมหรือผู้ที่มีจิตใจโน้มเข้าหาอิสลามตามอัลกุรอาน 9:60
ขอบคุณภาพจาก https://www.instagram.com/p/DRjDsCnFNZW/

