สุดสัปดาห์ก่อนอิดิลอัฎฮา ฮ.ศ.1445 ในวันจันทร์ที่ 17 มิถุนายน 2567 ผมและครอบครัวคือคุณกุสุม ภรรยา คุณนาเดีย บุตรสาว คุณลอรี บุตรเขย หนูน้อยซัมเมอร์ (ดาฟี) หลานสาวอายุขวบครึ่ง พร้อมหนูหอม พี่เลี้ยงหลานสาว ยกขบวนไปพักผ่อนกันที่เรือนรับรองมูลนิธิมุฮัมมะดียะฮฺ คลอง 15 ต.ชุมพล อ.องครักษ์ นครนายก ผมใช้เวลาที่นั่นสรุปจบหนังสือเล่มใหม่ “100 เฟื่องเรื่องสุขภาพกับ ดร.วินัย ดะห์ลัน” เฉลิมฉลองวาระครบรอบ 21 ปี ศูนย์วิทยาศาสตร์ฮาลาล จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (ศวฮ.) ปรากฏว่าปิดเล่มได้เป็นที่เรียบร้อย จัดทำเพื่อแจกแขกเหรื่อที่ร่วมยินดีในงานวันเกิด ศวฮ. วันที่ 13 สิงหาคม 2567 ที่จะถึงนี้
ผมใช้เรือนทำงานริมน้ำในพื้นที่มูลนิธินั่งปิดเล่มหนังสือเงียบ ๆ อยู่คนเดียว ส่วนครอบครัวพักกันที่เรือนนอนด้านหลัง มองผ่านประตูหลังเรือนทำงานออกไปคือบึงกลางที่อุดมไปด้วยสารพันปลาที่เลี้ยงไว้ ครอบครัวผมนอนกันที่เรือนนอน ส่วนผมนอนแยกออกมาที่เรือนริมน้ำแห่งนี้ ทั้งทำงาน ทั้งกิน ทั้งนอนเพลินอยู่คนเดียวเพราะเกรงว่างานจะไม่เสร็จ นั่งทำงานนอกจากมองเห็นบึงร่มรื่นด้วยแมกไม้แล้วยังเห็นอาคารสำนักงาน ศวฮ.นครนายก ถัดออกไปคือ “อาคารเอร์ฟาน-ยุพา ดะห์ลัน” ตามชื่อคุณพ่อ คุณแม่ของผม เห็นหอมินาเรตยอดแหลมที่ทำเอาผู้คนเข้าใจผิดว่าเป็นมัสยิด อันที่จริงเป็นอาคารหลักของ ศวฮ.นครนายก ที่มีชั้นล่างเป็นห้องเอนกประสงค์ ชั้นสองและสามเป็นห้องปฏิบัติการทางวิทยาศาสตร์
ถัดออกไปทางซ้ายมือเคยเป็นบึงอีกหนึ่งบึงที่มีเรือนไม้สองชั้นริมบึง เวลานี้บึงดังกล่าวถมดินกลายเป็นพื้นที่ว่างเตรียมไว้เพื่อทำงานด้านเกษตรอัจฉริยะ โดยจะย้ายโรงเรือนเกษตรอัจฉริยะสองโรงที่ในเวลานี้เบียดบังลานจอดรถนำไปไว้ยังลานดินใหม่ จะได้มีลานจอดรถมากพอสำหรับกิจกรรมต่าง ๆ ของ ศวฮ.ที่นับวันจะมีมากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งงานพัฒนานวัตกรรมภายใต้ “ศูนย์เรียนรู้ชุมชนด้านนวัตกรรมฮาลาล” หรือ HICOLEC (The Halal Innovation Community Learning Center) ศวฮ.นครนายก ซึ่งใช้พื้นที่มูลนิธิมุฮัมมะดียะฮฺในการดำเนินงาน มี ดร.เกษณี เกตุเลขา ผช.ผอ.ศวฮ.ดูแลอยู่ โดยมี 4 จนท.วิทยาศาสตร์สนับสนุน
HICOLEC เริ่มดำเนินงานใน พ.ศ.2565 คว้ารางวัลระดับชาติและนานาชาติมาแล้ว 2-3 รางวัล ฝีมือไม่ธรรมดาเลย เวลานี้เตรียมตัวเปิดสตาร์ทอัพด้านนวัตกรรมขึ้นมาอีก ผมแนะนำทีมงาน ศวฮ.มาโดยตลอดว่าจำเป็นต้องเน้นงานพัฒนานวัตกรรมเพื่อร่วมผลักดันประเทศไทยให้เป็นสังคมอุดมนวัตกรรม หาไม่แล้วการผลักดันประเทศไทยขึ้นเป็นชาติพัฒนาแล้วที่มีรายได้ต่อหัวประชากรอย่างต่ำ 15,200 USD ต่อปีก็ยากที่จะสำเร็จ ต้องรู้ว่าไม่มีชาติไหนในโลกที่เป็นชาติพัฒนาแล้วโดยขาดงานนวัตกรรม ดูประเทศร่ำรวยในกลุ่มประเทศรอบอ่าวอาหรับหรือ 6 ประเทศสมาชิก GCC ก็คงเห็น ทุกประเทศรายได้ต่อหัวประชากรต่อปีเกิน 20,000 USD ทั้งนั้น แต่ประเทศที่เป็นชาติพัฒนาแล้วมี UAE ประเทศเดียวเป็นเพราะมีดัชนีด้านนวัตกรรมครบถ้วนนั่นเอง
มองจากโต๊ะทำงาน มุมล่างซ้ายมือของภาพคงเห็นกระป๋องใส่อาหารปลา ในพื้นที่ 4 ไร่ 1 งานของมูลนิธินอกจากบึงกลางนี้แล้ว ยังมีอีกหนึ่งบึงใหญ่อยู่หลังเรือนนอน ทั้งสองบึงเลี้ยงพันธุ์ปลาหลายชนิด นอกจากเพลิดเพลินกับการให้อาหารดูฝูงปลาจำนวนมากมายดำผุดดำว่ายขึ้นมากินอาหารกันแล้ว นานครั้งผมก็ลงไปพายเรือออกกำลังกายได้เพลินไปอีกแบบ เพลิดเพลินแบบนี้ก็เพื่อเตรียมตัวเกษียณจากงานออกไปเลี้ยงหลานสองคนที่คนที่สองคือหลานชายเตรียมตัวออกมาดูโลกเดือนหน้านี้แล้ว #ดรวินัยดะห์ลัน, #drwinaidahlan, #ศวฮนครนายก, #hicolec, #มูลนิธิมุฮัมมะดียะฮฺ, #ลอรี่พงศ์พล

