“ชา” (Tea) ชาวจีน ญี่ปุ่น เกาหลี ดื่มกันมานานเป็นพันปีจนลืมไปว่าเริ่มต้นมาจากไหน มีความเกี่ยวข้องกับเรื่องราวต่างๆอย่างไร ครั้งนี้ขอนำเรื่องเก่าที่เคยเขียนถึงมาแล้วมาเล่าใหม่ ชามีเรื่องเล่าอยู่มาก กลายเป็นที่มาของประวัติศาสตร์ที่น่าสนใจของหลายชาติ ขอเริ่มกันที่เรื่องภาษาและวัฒนธรรมก็แล้วกัน “ชา” คือเครื่องดื่มที่ใช้ใบแห้งของพืชขนาดเล็กมีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Camellia sinensis Linn. ชงกับน้ำร้อน ชาในภาษาไทยเรียกเพี้ยนมาจากคำว่า “ฉ่า” ในภาษาจีนกวางตุ้ง และคำว่า “ชา” ในภาษาจีนกลาง เป็นคำจีนที่ปรากฏในภาษาไทยตั้งแต่ครั้งกรุงศรีอยุธยาตอนกลาง โดยในครั้งนั้นพ่อค้าจีนที่ทำมาค้าขายอยู่กับอยุธยาส่วนใหญ่เดินทางมาจากชายฝั่งทะเลตะวันออกของจีน พูดภาษากวางตุ้ง มีบ้างที่พูดจีนกลาง คนไทยใช้คำว่า “ชา” เรียกขานชาทั่วไปไม่ว่าจะเป็นชาจีน ชาญี่ปุ่นหรือชาฝรั่ง หากหมายถึงการดื่มชาจีนแบบคนจีน คนไทยกลับไม่ใช้คำว่า “หยำฉ่า” ตามภาษาจีนกวางตุ้ง แต่นิยมใช้คำว่า “เจียะเต๊” ซึ่งเป็นคำจีนแต้จิ๋วมากกว่า ทั้งนี้เนื่องจากคนจีนที่เข้ามาเมืองไทยทางภาคใต้ในระยะหลังเป็นคนจีนแต้จิ๋วที่อพยพมาจากตอนใต้ของจีน เมื่อคนจีนแต้จิ๋วเรียกชาว่า “เต๊” หรือ “แต๊” คนไทยทางภาคใต้ตอนล่างซึ่งได้อิทธิพลจากจีนแต้จิ๋ว จึงเรียกขานชาว่า “แต๊” ตามคนจีนแต้จิ๋ว คนใต้พูดเรื่องการดื่มชากันบ่อยขึ้น คนไทยภาคกลางจึงเรียกตามไปด้วยสิ่งที่น่าสังเกตอีกประการหนึ่งคือคำว่าชาแม้คนไทยจะเรียกตามคำจีนโดยไม่เรียกว่า “จาย” ตามคำในภาษาอินเดีย แต่การชงและดื่มชาของคนไทยกลับเป็นแบบอินเดียและฝรั่งมากกว่าจีน คนไทยนิยมปรุงแต่งรสชาติของชาด้วยน้ำตาลและนมตามแบบอินเดียและฝรั่ง ต่างจากการดื่มชาแบบจีนที่นิยมให้ได้รสชาติของใบชา การดื่มชาของคนไทยจึงเป็นรูปแบบการผสมผสานทางวัฒนธรรมที่น่าศึกษา ชนชาติแรกที่รู้จักการดื่มชาคือชาวจีน ซึ่งต่อมาได้เผยแพร่ประเพณีการดื่มชาเข้าสู่วัฒนธรรมของหลายชนชาติในโลกตะวันออก ไม่ว่าจะเป็น ญี่ปุ่น เกาหลี เวียตนาม นอกจากนี้ยังเผยแพร่วัฒนธรรมการดื่มชาไปสู่ชนชาวเอเชียกลุ่มอื่นๆที่มีการติดต่ออยู่กับชาวจีนโบราณไม่ว่าจะเป็นอินเดีย เปอร์เซีย อาหรับ รวมทั้งชาวมุสลิมในแถบเอเชียกลางและตะวันออกกลาง แต่ถึงแม้ว่าชาวจีนโบราณจะทำให้ชากลายเป็นเครื่องดื่มของผู้คนหลากหลายชนชาติในเอเชีย ทว่าชนชาติที่มีบทบาทสำคัญทำให้ชากลายเป็นเครื่องดื่มนานาชาติกลับมิใช่ชาวจีนแต่เป็นชาวยุโรปชาติต่างๆ ทั้งปอร์ตุเกส เนเธอร์แลนด์ ฝรั่งเศส และอังกฤษ ชาวยุโรปโดยเฉพาะอย่างยิ่งชาวอังกฤษได้นำวัฒนธรรมการดื่มชาเผยแพร่ไปยังดินแดนต่างๆผ่านทางอาณานิคมของตนที่มีอยู่ทั่วโลก ทำให้การดื่มชากลายเป็นวัฒนธรรมที่ปรากฏอยู่ในชนชาติต่างๆในหลายทวีป ทั้งในยุโรป, อเมริกาและอัฟริกา ชาจึงนับเป็นเครื่องดื่มที่มีความเป็นนานาชาติมากที่สุด #drwinaidahlan, #ดรวินัยดะห์ลัน, #ชาจากวัฒนธรรมสู่สุขภาพ

