ชนชาวเติร์กกับพลังและโมเมนตัมที่ขับเคลื่อนประวัติศาสตร์โลก ตอนที่ 69

ตั้งแต่ยุคโบราณ จีนสร้างเส้นทางการค้าที่เรียกในเวลาต่อมาว่า “เส้นทางสายไหม” (Silk road) ติดต่อค้าขายไปมาระหว่างตะวันออกกับตะวันตกจนถึงจักรวรรดิโรมัน เส้นทางผ่านดินแดนต่างๆ ใช้เส้นทางบกผ่านตะวันออกกลางและเปอร์เซียเข้าสู่เอเชียกลางจนถึงแผ่นดินจีน ระหว่างทางมีเมืองที่กลายเป็นแหล่งชุมนุมของพ่อค้ายุคโบราณ หนึ่งในเมืองขนาดใหญ่ที่สุดในเวลานั้นคือ “เมิร์พ” (Merv) เป็นพื้นที่ภายใต้อิทธิพลของจักรวรรดิเปอร์เซีย ภายหลังชนเติร์กรุกเข้ามาตั้งถิ่นฐานแทนที่ เมืองเมิร์พเวลานี้หายไปกลายเป็นซากเมืองโบราณตั้งอยู่ใกล้เมืองแมรี (Mary) ในพื้นที่ที่เป็นประเทศเติร์กเมนิสถาน (Turkmenistan) ในปัจจุบัน เติร์กเมนิสถานแปลว่าประเทศของชาวเติร์กเมน (Turkmen) ซึ่งเป็นคำผสมระหว่างเติร์กกับคำว่าอิมาน (Iman) ในภาษาอาหรับหมายถึงชนเติร์กที่ศรัทธาในอิสลาม โดยในศตวรรษที่ 10 ชนเติร์กเผ่าออกุซ (Ooghuz) ที่อพยพลงมาจากมองโกเลียเข้ามาในพื้นที่เอเชียกลางเกือบสามแสนครอบครัวแห่กันเข้ารับอิสลาม ชนออกุซเข้ามาในพื้นที่นี้ตั้งแต่สองศตวรรษก่อนหน้านั้น สร้างชุมชนกระจายไปทั่วเอเชียกลางระหว่างทะเลสาบแคสเปียนกับทะเลสาบอะรัล พื้นที่นี้เดิมเคยอยู่ภายใต้อิทธิพลของจักรวรรดิเปอร์เซีย เมื่อชนเติร์กอพยพลงมาได้ผสมเข้ากับชนเปอร์เซียเกิดเป็นกลุ่มชนใหม่ เรียกตนเองว่าเติร์กเมน ตั้งรกรากอยู่ตลอดพื้นที่ใกล้ทะเลสาบแคสเปียนจนถึงเทือกเขาคอเคซัส เมื่อจักรวรรดิเซลจุกมีอิทธิพลในพื้นที่ ชนเติร์กเมนภายใต้จักรวรรดิบางส่วนอพยพเคลื่อนย้ายลงทางใต้ถึงพื้นที่ที่เป็นอะเซอไบจันในปัจจุบัน บางส่วนอพยพเข้าไปในอะนาโตเลีย ถึงศตวรรษที่ 12 ชนเติร์กเมนรวมกับชนเติร์กกลุ่มอื่นร่วมกันล้มการปกครองของเซลจุกได้สำเร็จ กระทั่งศตวรรษที่ 13 เมื่อมองโกลเข้ารุกรานพื้นที่ ชนเติร์กเมนหลายกลุ่มอพยพหนีภัยลงทางใต้ บางส่วนถูกเกณฑ์เป็นทหารในกองทัพมองโกล ต่อมาเมื่อมองโกลเสื่อมอำนาจลงเกิดจักรวรรดิอื่นตามมาเช่นกลุ่มเติร์กจากอุชเบกไม่ว่าจะเป็นฆิวา (Khiva) บุคอรอ (Bukhara) รวมทั้งทิมูริด (Timurid) ชนเติร์กเมนที่เชี่ยวชาญในการรบกลายเป็นกำลังสำคัญให้กับจักรวรรดิที่ถือกำเนิดขึ้นใหม่เหล่านี้ กระทั่งศตวรรษที่ 19 เติร์กเมนกลายเป็นกองกำลังของจักรวรรดิฆิวาทำหน้าที่ดูแลการค้าทาสในพื้นที่ ปลายศตวรรษที่ 19 จักรวรรดิรัสเซียขยายการปกครองลงมาในเอเชียกลาง ชนเติร์กเมนกลายไปเป็นส่วนหนึ่งของจักรวรรดิรัสเซีย แม้พยายามรวมกับชนเติร์กกลุ่มอื่นไม่ว่าจะเป็นอุซเบก คาซัก กีรจิส เพื่อก่อกบฏทว่าทำได้เพียงชัยชนะที่ไม่จิรังสุดท้ายจึงตกอยู่ใต้อำนาจของรัสเซียต่อเนื่องไปจนกระทั่งยุคสหภาพโซเวียตตอนต้นศตวรรษที่ 20 ผ่านมาจนกระทั่งปลาย ค.ศ.1991 จึงกลายเป็นประเทศเอกราชชื่อว่า “เติร์กเมนิสถาน” มีเนื้อที่ราว 490,000 ตารางกิโลเมตรกับประชากรเกือบ 6 ล้านคนร้อยละ 94 เป็นมุสลิม ขณะที่ร้อยละ 80 คือชนเติร์กเมน แม้ได้รับอิสรภาพทว่ารัฐบาลยังปกครองแบบเข้มงวดคล้ายสไตล์ของโซเวียต #drwinaidahlan, #ดรวินัยดะห์ลัน

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *