งานเมาลิดนบี มัสยิดยะวา 2567

“เมาลิด” เรียกกันเต็มๆว่า “เมาลิดินนะบี” คือพิธีฉลองวันเกิดท่านนบีมุฮัมมัด ศ็อลฯ มุสลิมทั่วโลกจัดฉลองกันเป็นปกติ วันเกิดจริงของท่านนบี นักวิชาการสายซุนนีกำหนดว่าคือวันที่ 12 เดือนรอบีอุลเอาวัล หรือเดือนที่สามตามปฏิทินอิสลาม ขณะที่นักวิชาการสายชีอะอฺระบุว่าเป็นวันที่ 17 รอบีอุลเอาวัล แต่จะเป็นวันไหน ชุมชนมุสลิมทั่วไปมักถือเอาฤกษ์สะดวกเข้าว่า โดยจัดไม่ตรงวัน เป็นการจัดเพื่อยกย่องให้เกียรติท่านนบี ว่ากันอย่างนั้น

วันอาทิตย์ที่ 21 เมษายน 2567 มัสยิดยะวา ซอยโรงน้ำแข็ง ถนนเจริญราษฎร์ เขตสาทร กรุงเทพฯ จัดงานเมาลิดขึ้น มีการมอบทุนเด็กกำพร้าและกิจกรรมอื่นๆควบคู่ไปด้วย ผมได้รับเชิญให้กล่าวโอวาทในฐานะสัปปุรุษเก่าแก่ของมัสยิด ก็นับว่าเก่าแก่จริงๆเนื่องจากผมเกิดในชุมชนมัสยิดแห่งนี้ตั้งแต่ครั้งชุมชนเก่าที่คนโดยรอบมัสยิดยังพูดภาษายะหวาจากเกาะชวากลาง คนยะหวายุคเก่าในชุมชนนี้ส่วนใหญ่อพยพมาจากเมืองเกนดัล ยกเว้นบรรพบุรุษครอบครัวผมซึ่งมาจากเมืองเรมบัง ทั้งเกนดัลและเรมบังตั้งอยู่ใกล้เมืองเซอมารัง เมืองหลวงของชวากลาง

เมื่อกล่าวถึงงานเมาลิด ผมเองเคยเป็นประธานจัดงานเมาลิดกลางแห่งประเทศไทยสามครั้งคือ พ.ศ.2558, 2559, 2560 เคยเขียนหนังสือรำลึกถึงท่านนบีไว้สามเล่ม ผมเห็นว่าหากจะกล่าวสรรเสริญท่านนบีมุฮัมมัด ศ็อลฯ ในฐานะมุสลิมกล่าวยกย่องท่านนบีอาจไม่กินใจนัก ผมจึงยกบุคคลระดับโลกสามคนที่มิใช่มุสลิมที่เคยเขียนหนังสือยกย่องท่านนบีไว้ บุคคลแรกคือ Michael H.Hart ชาวอเมริกันเชื้อสายยิว ซึ่งเขียนหนังสือไว้ใน ค.ศ.1978 ชื่อ “The 100: A Ranking of the Most Influential Persons in History” กล่าวถึง 100 บุคคลที่ทรงอิทธิพลมากที่สุดในประวัติศาสตร์โลก Hart ยกนบีมุฮัมมัด ศ็อลฯ ว่าคือหมายเลขที่ 1 แซงหน้าบุคคลสำคัญในโลกทุกคน

มีคนถามว่าเหตุใดจึงเลือกท่านนบีมุฮัมมัด ศ็อลฯ Hart ตอบว่าในบรรดาบุคคลผู้ทรงอิทธิพลในโลก ท่านนบีมุฮัมมัดถือว่าครบเครื่องที่สุด เป็นทั้งนักการศาสนา นักการเมือง นักปกครอง นักรบ เป็นบิดา สามี เป็นทุกอย่างที่มนุษย์คนหนึ่งสามารถเป็นได้ ทั้งเป็นได้อย่างน่ายกย่อง คนที่สองคือ Prof.Arthur J.Arburry ศาสตราจารย์มหาวิทยาลัยอ็อกฟอร์ดของอังกฤษ เป็นชาวคริสต์ เขียนหนังสือชื่อ “Al Quran Interpreted” ไว้ใน ค.ศ.1955 โดยเขียนไว้ว่าในบรรดามนุษย์ที่ถือกำเนิดขึ้นในโลกนับจากอดีตที่คาดว่ามี 117,000 ล้านคน บุคคลที่สร้างการเปลี่ยนแปลงในโลกทางด้านบวกมากที่สุดคือท่านนบีมุฮัมมัด ศ็อลฯ คนที่สามคือ Prof.John Adair ชาวอังกฤษนับถือคริสต์ เขียนหนังสือชื่อ “The Leadership of Muhammad” ตีพิมพ์ใน ค.ศ.1973 ท่านเขียนไว้บนหน้าปกอ้างถึงคำกล่าวของท่านนบีที่ว่า “ผู้นำคือผู้รับใช้ชุมชน” การสรรเสริญท่านนบีมุฮัมมัด ศ็อลฯ ที่ดีที่สุดควรเป็นการปฏิบัติตนตามแนวทางที่ท่านนบีเคยปฏิบัติไว้ นั่นคือการทำงานรับใช้ชุมชนและสังคม ผมสรุปไว้อย่างนั้น

#ดรวินัยดะห์ลัน, #drwinaidahlan, #เมาลิดนบี, #มัสยิดยะวา,

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *