งานรวบรวมอัลกุรอานยุคแรกกับประเด็นอ่อนไหว

ใน ค.ศ. 632 หลังการจากไปของท่านรอซูลุลลอฮฺ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม อบูบักรฺ อัศศิดดิก รอฎิยัลลอฮุอันฮฺ ขึ้นดำรงตำแหน่งคอลีฟะฮฺคนแรกของอาณาจักรอิสลามที่กำลังเริ่มต้น ทว่าชนอาหรับหลายเผ่าไม่ยอมรับโดยปฏิเสธการจ่ายซะกาต ทั้งผู้นำอาหรับบางกลุ่มประกาศตนเป็นนบี ผลคือสงครามริดดะฮฺ (Ridda wars) ต่อผู้ละทิ้งศาสนาที่ยาวนานเกือบสองปีระหว่าง ค.ศ.632-633 สงครามนี้มีหลายศึกโดยปีแรกในศึกอัลยะมามะฮฺ นำโดยมุซัยลิมะฮฺ ผู้ประกาศตนเป็นนบี กองทัพมุสลิมนำโดยคอลิด อิบนฺ อัลวาลิด ทำการปราบปรามกระทั่งได้รับชัยชนะ

ศึกอัลยะมามะฮฺครั้งนั้น มุสลิมที่เสียชีวิตในสนามรบจำนวนมากถึง 70 ท่านคือบุคคลในกลุ่มอัลกุรรออฺ (ผู้ที่ท่องจำอัลกุรอานได้ขึ้นใจ) เป็นผลให้ท่านอุมัร อิบนฺ อัตค็อฏฏ็อบ วิตกว่าอาจส่งผลให้คัมภีร์อัลกุรอานสูญหายไปได้ในที่สุด จึงเสนอต่อท่านคอลีฟะฮฺอบูบักร ให้ริเริ่มรวบรวมอัลกุรอานขึ้นเป็นเล่ม (มุศฮัฟ) เริ่มต้นท่านอบูบักรฺกังวลในประเด็นอ่อนไหวว่าสิ่งนี้ท่านรอซูลุลลอฮฺไม่เคยปฏิบัติ จึงอาจมีประเด็นเรื่องอุตริกรรม (บิดอะฮฺ) ทว่าภายหลังการปรึกษาหารืออย่างเข้มข้นทั้งสองท่านจึงเห็นพ้องกัน ได้ข้อสรุปแล้วจึงเรียกตัวชัยดฺ อิบนฺ ษาบิต ที่เคยทำหน้าที่จดบันทึกวะฮียฺ (โองการจากอัลลอฮฺ) ให้ท่านรอซูลุลลอฮฺเมื่อครั้งยังมีชีวิตอยู่เพื่อมอบหมายให้สืบค้นและรวบรวมอัลกุรอานจากบันทึกที่กระจัดกระจายอยู่ในที่ต่าง ๆ นำมาจัดทำเป็นเล่มเดียวกัน

หน้าที่ที่ได้รับมอบหมายคืองานหนัก ทั้งท่านซัยดฺยังกังวลว่าเรื่องเช่นนี้ท่านรอซูลุลลอฮฺไม่เคยปฏิบัติทั้งไม่เคยสั่งการจึงอาจเข้าข่ายอุตริกรรม ซึ่งประเพณีเวลานั้นไม่อาจทำได้ ทว่าท่านอบูบักรและท่านอุมัรเมื่อเห็นว่าเป็นสิ่งดีงาม จึงเพียรเจรจากับท่านซัยดฺกระทั่งท่านยอมรับทำงานให้ การรวบรวมอัลกุรอานจึงเริ่มขึ้นนับแต่นั้น ผ่านจากยุคสมัยท่านคอลีฟะฮฺอบูบักรฺ ต่อเนื่องมายังท่านคอลีฟะฮฺอุมัร กระทั่งเสร็จสิ้นเป็นอัลกุรอานที่สมบูรณ์ในยุคสมัยท่านคอลีฟะฮฺอุสมาน เป็นผลให้มุสลิมมีอัลกุรอานที่ถูกต้องใช้กันมาจนปัจจุบัน โดยไม่มีการเปลี่ยนแปลงแม้แต่อักษรเดียว

เรื่องราวการรวบรวมอัลกุรอานอันประเสริฐครั้งนั้นต้องชื่นชมวิสัยทัศน์ซึ่งเริ่มที่ท่านอุมัร ขณะที่ท่านอบูบักรด้วยทัศนคติที่เปิดกว้างจึงให้การตอบรับ ท่านซัยดฺที่ให้ความเคารพต่อท่านอบูบักรฺและท่านอุมัรอีกทั้งยังภักดีอย่างเต็มเปี่ยมต่ออัลลอฮฺอีกทั้งเชื่อมั่นว่าอัลลอฮฺจะทรงเปิดหัวใจและแนวทางให้ นำมาสู่ความสำเร็จของงานที่ให้แนวคิดที่ลึกซึ้งแก่สังคมมุสลิม ทำให้สังคมเข้าใจความหมายของอุตริกรรมทางศาสนาได้ลึกซึ้งขึ้น หากเป็นประโยชน์และดีงาม (ค็อยรฺ) โดยไม่ขัดต่อหลักศาสนาย่อมไม่นับเป็นอุตริกรรม เกิดเป็นแนวทางการนำหลักอิจญฺติฮาดหรือนิติศาสตร์อิสลามมาใช้ในการพิจารณาแก้ไขปัญหาใหม่ๆ ที่กำลังรอคอยอยู่มากมายในสังคมทั้งในอดีตและปัจจุบัน

#drwinaidahlan, #ดรวินัยดะห์ลัน, #การรวบรวมอัลกุรอาน, #ประเด็นบิดอะฮฺ, #อบูบักรฺ, #อุมัรอิบนฺคอฏฏอบ, #ซัยดฺอิบนฺษาบิต

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *