เรื่องนี้มาจากบันทึกฮะดีษมุสนัดอะหฺมัดของอิหม่ามอะหฺมัด สุนันอัลกุบรอของอิหม่ามอันนฺซาอียฺ และของท่านอื่นซึ่งรายงานโดยอนัส บินมาลิก ว่าด้วยเรื่องชาวสวรรค์ เรื่องนี้เกิดขึ้นระหว่างอับดุลลอฮฺ อิบนฺอัมรฺ อิบนฺอัลอาศ กับชายชาวอันศอร (ชาวเมืองมะดีนะฮฺ) คนหนึ่งซึ่งไม่ระบุว่าเป็นผู้ใดแม้บางรายงานระบุว่าคือสะอดฺ อิบนฺอบีวักกอศ หนึ่งใน 10 ศอฮาบะฮฺรุ่นแรกที่ได้รับแจ้งข่าวดีว่าจะได้เป็นชาวสวรรค์ อย่างไรก็ตาม รายงานส่วนใหญ่กลับปิดบังชื่อไว้ ระบุเพียงว่าคือ “มุบฮัม” (مبهم) ซึ่งหมายถึงผู้ไม่ปรากฏชื่อทั้งนี้ด้วยเหตุผลทางจริยธรรม
เรื่องมีอยู่ว่าครั้งหนึ่งขณะที่บรรดาศอฮาบะฮฺกำลังนั่งอยู่กับท่านนบีมุฮัมมัด ศอลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม จู่ ๆ ท่านนบีก็กล่าวขึ้นว่าจะมีชายคนหนึ่งที่เป็นชาวสวรรค์เดินมาหา หลังจากนั้น มีชายชาวอันศอรคนหนึ่งเดินเข้ามาหาบรรดาศอฮาบะฮฺจริง ๆ โดยเคราของเขายังมีน้ำละหมาดหยดอยู่ ขณะที่มือซ้ายถือรองเท้าแตะของตนเองไว้ เหตุการณ์ลักษณะนี้เกิดซ้ำถึง 3 วันติดต่อกัน อับดุลลอฮฺ อิบนฺอัมรฺ อิบนฺอัลอาศ ศอฮาบะฮฺที่นั่งอยู่ในที่นั้นด้วยเกิดความสงสัยอยากรู้ว่า เหตุใดชายชาวอันศอรผู้นั้นจึงนับเป็นชาวสวรรค์ อับดุลลอฮฺจึงติดตามไปคุยกับชายผู้นั้นพร้อมออกอุบายเพื่อขอไปพักที่บ้านของชายผู้นั้นเป็นเวลา 3 วัน โดยชายชาวอันศอรผู้นั้นตอบตกลง
การพักแรมที่บ้านชายชาวอันศอร อับดุลลอฮฺพบว่ายามค่ำคืนชายผู้นั้นไม่ได้ละหมาดตะฮัจญุด (ละหมาดยามดึก) ตลอดทั้งคืน ในช่วงกลางวัน ไม่ได้ถือศีลอด ทั้งไม่ได้ทำอิบาดะฮฺยิ่งใหญ่เกินคนทั่วไป สิ่งเดียวที่อับดุลลอฮฺสังเกตเห็นคือ ชายคนนั้นไม่เคยพูดสิ่งใดที่ไม่ดีงาม เมื่อครบ 3 คืน อับดุลลอฮฺตัดสินใจบอกความจริงและถามชายผู้นั้นตรง ๆ ว่าได้ยินท่านนบีมุฮัมมัดกล่าวถึงชายผู้นั้นถึง 3 วันติดต่อกันว่าเขาคือชาวสวรรค์ จึงอยากรู้ว่าทำความดีอะไรเพื่อจะได้ทำตามอย่างบ้าง แต่กลับไม่พบว่ามีอะไรพิเศษ ชายชาวอันศอรตอบกลับมาอย่างเรียบง่ายว่าไม่มีอะไรเกินไปกว่าสิ่งที่อับดุลลอฮฺเห็นหรอก จะมีแต่เพียงทุกคืนก่อนเข้านอน ชายผู้นั้นจะไม่ปล่อยให้จิตใจมีความรู้สึกเชิงลบหรือคิดร้ายต่อผู้อื่น ไม่อิจฉาริษยาใครก็ตาม โดยไม่มีสิ่งใดมากไปกว่านั้น
ได้ฟังแล้ว อับดุลลอฮฺ อิบนฺอัมรฺจึงกล่าวว่าสิ่งนี้เองส่งผลให้ท่านบรรลุถึงขั้นเป็นชาวสวรรค์ ซึ่งเป็นสิ่งที่พวกเราส่วนใหญ่ทำได้ยากยิ่ง เรื่องราวนี้แสดงให้เห็นว่าอิสลามให้ความสำคัญต่อ “จิตใจที่สะอาดบริสุทธิ์” (سلامة الصدر – ไม่โกรธแค้น ไม่พยาบาท ให้อภัย ไม่อิจฉาริษยาผู้อื่น) สิ่งเหล่านี้สร้างคุณค่าได้อย่างยิ่งใหญ่ บางครั้งอาจเหนือกว่าการทำอิบาดะฮฺที่เป็นสุนัตเสียด้วยซ้ำ ในศาสตร์วิชาฮะดีษ การระบุว่าคนที่ถูกกล่าวถึงคือ “มุบฮัม” หรือไม่มีชื่อปรากฏ เกิดขึ้นบ่อยครั้งด้วยเหตุผลหลักคือการไม่ให้ความสำคัญต่อตัวบุคคลทว่าต้องการเน้นไปที่ “การกระทำและคุณธรรม” ที่แสดงให้เห็นถึงความอิคลาสต่ออัลลอฮฺ ซึ่งเป็นรูปแบบของจริยธรรมอิสลาม แสดงถึงความถ่อมตนอันเป็นที่ประจักษ์เท่านั้น
#drwinaidahlan, #ดรวินัยดะห์ลัน, #ชาวสวรรค์, #นบีมุฮัมมัด, #ฮาดีษ, #มุบฮัม

