ความกลัวคอเลสเตอรอลในแวดวงการแพทย์เกิดมาเนิ่นนานจนเกือบครบร้อยปีเข้าไปแล้ว เหตุที่กลัวเพราะพบการสะสมไขมันโดยเฉพาะอย่างยิ่งส่วนที่เป็นก้อนแข็งบนผนังหลอดเลือดแดงบริเวณหัวใจและสมองสร้างปัญหาหัวใจวาย หลอดเลือดแดงแข็ง หลอดเลือดหัวใจและสมองตีบหรือแตก ทำเอาผู้คนเสียชีวิตกันผล็อย ๆ จะไม่ให้กลัวคงไม่ได้ ยิ่งพบว่าไขมันส่วนที่เป็นปัญหาคือแอลดีแอลที่เป็นตัวนำคอเลสเตอรอลไปสะสมตามจุดต่าง ๆ ในร่างกาย ผู้คนก็ยิ่งกลัวคอเลสเตอรอล เป็นผลให้ผู้คนกลัวไข่โดยเฉพาะอย่างยิ่งไข่แดงซึ่งมีคอเลสเตอรอลสูง กลายเป็นคำแนะนำให้เลี่ยงการบริโภคไข่และไข่แดง กลัวกันอย่างนั้นเกินห้าสิบปีเข้าไปแล้ว
เมื่อครั้งทำวิจัยอยู่ในยุโรป ผมจับประเด็นคอเลสเตอรอลในเลือดและในเซลล์ ได้รางวัลวิจัยทั้งที่มิวนิคและปารีส ทีม Professor Yvon Carpentier ที่ผมทำงานด้วยเป็นทีมแรกเสียด้วยซ้ำที่พบว่าคอเลสเตอรอลที่สูงขึ้นในเลือดทุกครั้งที่ผู้ป่วยได้รับสารไขมันเข้าหลอดเลือดดำเป็นคอเลสเตอรอลที่มาจากผนังหลอดเลือด ซึ่งไม่สร้างปัญหาอะไร คอเลสเตอรอลจึงไม่ใช่ปัจจัยของปัญหา ตามปกติร่างกายโดยตับสร้างคอเลสเตอรอลทุกวันอยู่แล้ว ปัญหาคือเมแทบอลิซึมของไขมันต่างหาก จึงจำเป็นต้องควบคุมเมแทบอลิซึมของไขมัน ไม่ใช่ควบคุมการบริโภคคอเลสเตอรอล หัวใจของการควบคุมเมแทบอลิซึมของไขมันอยู่ที่การแนะนำทางโภชนาการ ไม่มีอะไรซับซ้อน ผมบรรยายเรื่องนี้มานับสิบปี ทว่าการเปลี่ยนความเชื่อของผู้คนนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย ต้องใช้ผลการศึก๋ษาวิจัยในการยืนยัน
มีงานวิจัยจาก University of South Australia ตีพิมพ์ในวารสาร The Americal Journal of Clinical Nutrition ค.ศ.2025 เกี่ยวกับคอเลสเตอรอลในไข่ ข้อสรุปน่าสนใจ ทีมวิจัยนำโดย Professor Jon Buckley ให้ข้อสรุปว่าการบริโภคไข่วันละสองฟองไม่สร้างปัญหาที่ก่อความเสี่ยงต่อโรคหัวใจและหลอดเลือด ประเด็นอยู่ที่การบริโภคไข่ร่วมกับไขมันอิ่มตัวต่างหาก การบริโภคไข่กับอาหารโปรตีนประเภทเนื้อปรุง (cured meat) อย่างแฮม เบคอน ไส้กรอก ที่ผลิตจากเนื้อสัตว์ที่มีไขมันอิ่มตัวสูง แถมด้วยการเติมสารเคมีอย่างไนเตรต กลายเป็นปัจจัยเร่งให้เกิดการสะสมไขมันตามผนังหลอดเลือด หากบริโภคไข่โดยลดไขมันอิ่มตัว ลดเนื้อปรุง เพิ่มการบริโภคผักผลไม้ อย่างสลัดผัก สลัดใบ อาหารฐานพืช (palt-based protein) ไข่ย่อมให้ประโยชน์ นอกจากไม่สร้างปัญหาแล้วยังลดความเสี่ยงต่อโรคหัวใจและหลอดเลือดได้เสียด้วยซ้ำ เรื่องราวกลับตาลปัตรไปได้ถึงขนาดนั้น
นอกจากคำแนะนำให้กินไข่โดยลดไขมันอิ่มตัวแล้ว การปรุงไข่ยังเป็นอีกประเด็นหนึ่ง มีคำแนะนำให้ลดการใช้น้ำมันพืชประเภทที่มีสัดส่วนกรดไขมันโอเมก้าหกสูงอย่าง น้ำมันเมล็ดทานตะวัน น้ำมันเมล็ดดอกคำฝอย ในการปรุงไข่ หากต้องใช้น้ำมันพืชควรเลือกน้ำมันพืชที่มีกรดไขมันโอเมก้าเก้าสูงอย่างน้ำมันมะกอก น้ำมันรำข้าว ไม่แนะนำไขมันสัตว์ แนะนำอย่างนี้เพื่อช่วยให้ไขมันในอาหารมีสัดส่วนที่คงความสมดุลต่อเมแทบอลิซึมได้ดีกว่า
#drwinaidahlan, #drwinaidahlan, #ไข่กับคอเลสเตอรอล, #ไขมันอิ่มตัว, #plantbased

