ความเข้าใจเกี่ยวกับ “ญาฮีลียะฮฺ” หรืออาหรับยุคก่อนการมาของอิสลาม

ในบรรดาศาสนามากมายที่มีอยู่ในโลก กลุ่มที่ใหญ่ที่สุดมีผู้นับถือมากที่สุดเกินครึ่งของประชากรโลกคือกลุ่มที่มาจากรากฐานของ #อับราฮัม (Abraham) หรือ #อิบรอฮีม อะลัยฮิสลาม เรียกกันในภาษาอังกฤษว่ากลุ่มศาสนาของอับราฮัมหรืออิบรอฮีม (Religions of Abraham) โดยเป็นศาสนาที่ประกอบด้วยศาสนายูดายหรือยิว (Judaism) คริสต์ (Christiantities) ที่ประกอบด้วยคาธอลิค โปรเตสแตนท์ ออร์โธดอก ศาสนาในกลุ่มนี้ที่มีอายุน้อยที่สุดคืออิสลาม (Islam) ศาสนากลุ่มนี้จึงเป็นศาสนาที่ยึดถือพระเจ้าองค์เดียวกันมีความเข้าใจผิดอยู่เรื่องหนึ่งคือขณะที่ยูดายเป็นศาสนาที่เกิดขึ้นภายใต้อารยธรรมอียิปต์ คริสต์ถือกำเนิดภายใต้อารยธรรมโรมัน กลับเข้าใจกันว่าอิสลามถือกำเนิดภายใต้ความไร้อารยธรรมกลางทะเลทรายอาระเบียโดยแปลคำว่าญาฮีลียะฮฺด้วยความเข้าใจผิดว่าป่าเถื่อน ไร้อารยธรรม อันที่จริงคำว่า“ญาฮีลียะฮฺ” (هِلِيَّة‎‎جَا Jahiliyah) เป็นคำภาษาอาหรับที่ปรากฏในอัลกุรอาน หมายถึงยุคสมัยก่อนการมาของอิสลามใน ค.ศ.610 ในวัฒนธรรมอิสลามไม่เคยมองว่ายุคสมัยก่อนการมาของอิสลามเป็นยุคป่าเถื่อนที่ไร้ซึ่งอารยธรรม ท่านนบีมุฮัมมัด ซอลลัลลอฮิอะลัยฮิวะซัลลัม มองกลุ่มชนอาหรับในดินแดนที่เรียกว่าฮิจาซว่าเป็นกลุ่มชนที่ขาดแนวทางที่เที่ยงตรง ยังคงบูชารูปเคารพ มีอคติทางด้านความเชื่อศรัทธา มิใช่กลุ่มชนที่ยังคงเถื่อนดิบไร้อารยธรรม ทั้งนี้เนื่องจากดินแดนอาหรับในพื้นที่ทะเลทรายขณะนั้นแม้ผู้คนยังมิได้สร้างประเทศหรืออาณาจักรกลับซึมซับความเจริญมาอย่างยาวนานจากชนชาติที่มีอารยธรรมสูงที่อาศัยอยู่โดยรอบและห่างออกไป เช่น โรมัน ไบแซนไทน์ เปอร์เชีย ซัสซานิด อบิสซีเนีย แอคซัม หรือแม้แต่อิยิปต์ กรีก อินเดีย จีน ในข้อเท็จจริงที่ปรากฏอยู่ในหลักฐานทางประวัติศาสตร์และโบราณคดี ชนเซเมติคซึ่งเป็นต้นตระกูลของอาหรับที่อาศัยอยู่ทางแผ่นดินเมโสโปเตเมียซึ่งอยู่ทางตอนเหนือของอาระเบียได้สรรค์สร้างอารยธรรมให้แก่โลกมาตั้งแต่ยุคเริ่มต้นของอารยธรรมในโลก ไม่ว่าจะเป็นชนอัคคาเดียน อะมอไรด์ ฮิตไทด์ อัสซีเรีย คาลเดีย ชนอาหรับจึงเป็นกลุ่มชนที่มีรากทางอารยธรรมมายาวนาน อิสลามจึงมิได้ถูกประทานลงมาในดินแดนป่าเถื่อน เห็นได้ชัดว่าในคัมภีร์อัลกุรอานไม่เคยกล่าวถึงกลุ่มชนอาหรับยุคก่อนอิสลามว่าไร้อารยธรรมหรือแม้แต่จะใช้คำว่า “บัรบะรียฺ” หรือบาบาเรียน (البربري Barbarian) เพื่อเรียกชนกลุ่มนี้ก็ยังไม่เคยในคัมภีร์อัลกุรอานปรากฏคำว่าญาฮีลียะฮฺอยู่ในหลายบทซึ่งแสดงความหมายต่างๆกัน ทำให้พอประเมินได้ว่าอิสลามมองกลุ่มชนอาหรับยุคสมัยก่อนการมาของอิสลามไว้อย่างไร ดังต่อไปนี้ กลุ่มชนนอกรีตที่ยังคงบูชารูปเคารพ (อาละอิมรอน 3:154) กลุ่มชนที่ตัดสินความอย่างขาดความยุติธรรม ขาดกฎเกณฑ์ กติกาและกฎหมาย (อัลมาอิดะฮฺ 5:50) กลุ่มชนที่ขาดวัฒนธรรมที่ดีด้านการแต่งกาย เปิดเผยสิ่งที่ไม่ควรเปิดเผย (อัลอะหฺซาบ 33:33) กลุ่มชนที่หยิ่งยะโส ไม่ยอมจำนนแม้ด้วยเหตุผลที่มีหลักฐาน (อัลฟัตฮฺ 48:26) ทั้งหมดนี้เปลี่ยนแปลงไปเมื่ออิสลามมาถึง #drwinaidahlann, #ดรวินัยดะห์ลัน

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *