ใครเคยอ่านเอกสารการเทศนาอำลาหรือ “คุตบะตุลวะฮฺดา” ของท่านรอซูลุลลอฮฺ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม มาบ้าง การเทศนาปากเปล่าของท่านรอซุลลอฮฺในวันที่ 9 ซุลฮิจญะฮฺ ฮ.ศ.10 ซึ่งตรงกับวันที่ 6 มีนาคม ค.ศ.632 ณ ภูเขาอารอฟะฮฺ ครั้งนั้นในบันทึกมีรายละเอียดหลายประเด็น อันที่จริง คำเทศนาเวลานั้นไม่ได้ถูกบันทึกไว้เป็นลายลักษณ์อักษร ทว่าเกิดขึ้นภายหลังด้วยกระบวนการที่ยืนยันได้ว่ามีรายละเอียดปรากฏเช่นนั้นจริง
ท่านรอซูลุลลอฮฺจากไปในคริสต์ศตวรรษที่ 7 ส่วนรายละเอียดของคำเทศนาปรากฏขึ้นในศตวรรษที่ 8-10 ส่วนใหญ่มาจากหนังสือประวัติท่านนบีมุฮัมมัดเขียนโดย อิบนฺ อิสฮาก และหนังสือรวมฮะดีษหกเล่ม (ซีฮะฮฺ ซิตฏะฮฺ) ทั้งยังมีหนังสือเล่มอื่นที่แม้มีกระบวนการตรวจสอบความถูกต้องน้อยกว่าแหล่งข้อมูลฮะดีษทว่าปราชญ์อิสลามหลายท่านให้การยอมรับ ส่วนสำคัญที่สุดกระทั่งเกิดเป็นรายละเอียดของการเทศนาอำลาคือหนังสือรวมฮะดีษหกเล่ม ซึ่งเป็นบันทึกที่มีความน่าเชื่อถือสูงให้ข้อมูลครอบคลุมการเทศนาอำลามากที่สุด
การเทศนาอำลาครั้งนั้นมีเนื้อหาครอบคลุมหลายด้าน ส่วนหนึ่งคือเจตนารมณ์ของอิสลามที่ให้ความสำคัญต่อชีวิตและทรัพย์สิน ในการเทศนาระบุถึงภราดรภาพสากลที่ว่าไม่มีความเหนือกว่าของเชื้อชาติหรือบุคคลใดเหนือชนชาติอื่น เว้นแต่ด้วยความศรัทธาและการกระทำที่ดี ท่านรอซูลุลลอฮฺเน้นย้ำถึงความเท่าเทียมกันของมนุษย์ ระบุถึงความยุติธรรม การเคารพให้เกียรติต่อสตรี เมตตาและเคารพต่อเธอ โดยตระหนักถึงสิทธิสตรีซึ่งยุคก่อนหน้านั้นบุรุษมีสิทธิ์เหนือสตรี ขณะที่ในอิสลามทั้งสองเพศมีสิทธิ์เท่าเทียมกัน ต่างกันเพียงหน้าที่ของแต่ละฝ่ายเท่านั้น
คำเทศนาอีกส่วนหนึ่งเน้นย้ำความศักดิ์สิทธิ์ของชีวิต ซึ่งในคริสต์ศตวรรษที่ 21 ความขัดแย้งทางการเมืองบางพื้นที่มีการละเมิดทั้งสร้างความทุกข์ทรมาuต่อชีวิตของสตรีและเด็กชนิดที่ไม่เคยปรากฏในประวัติศาสตร์โลกมาก่อน มองย้อนกลับไปในยุคญะฮิลียะฮฺหรือยุคสมัยก่อนท่านรอซูลุลลอฮฺ ชนอาหรับทะเลทรายในดินแดนอาระเบียมีวัฒนธรรมการสังหารทารกทั้งชายและหญิงที่เรียกว่า “ฆอตุลอัลเอาลาด” (قتل الاولاد) พฤติกรรมบ่อยกว่านั้นคือการฝังทารกหญิงทั้งเป็นที่เรียกว่า “วะดัลบะนาต” (ود البنات) การเทศนาอำลาแม้มิได้กล่าวถึงการทำลายทารกทว่าเน้นย้ำถึงความศักดิ์สิทธิ์ของชีวิต จึงห้ามมิให้ทำร้ายหรือเอาไปโดยปราศจากความยินยอม ซึ่งปรากฏชัดเจนว่าท่านรอซูลุลลอฮฺต่อสู้เพื่อหยุดยั้งความอยุติธรรมที่มีต่อเด็กและสตรีมาทั้งชีวิต
ท้ายที่สุด ท่านให้ยึดมั่นในคำสอนของอัลกุรอานและสุนนะฮฺของท่านเพื่อเป็นแนวทางสำหรับอนาคต ท่านรอซูลุลลอฮฺย้ำว่าอิสลามได้วางอัลกุรอานและสุนนะฮฺ (คำสอนและวิถีชีวิต) ของท่านไว้เป็นแนวทางสูงสุดสำหรับมุสลิม เพื่อให้มั่นใจว่าจะไม่มีวันหลงผิดหากปฏิบัติตาม
#drwinaidahlan, #ดรวินัยดะห์ลัน, #นบีมุฮัมมัด, #เทศนาอำลา, #เด็กสตรี

