ในบรรดา 6,236 โองการของอัลกุรอาน มีกว่า 850 โองการที่เกี่ยวข้องกับวิทยาศาสตร์ ทั้งดาราศาสตร์ จักรวาลวิทยา คัพภวิทยา ธรณีวิทยา อุทกวิทยา พฤกษวิทยา สัตววิทยา ฯลฯ ความรู้เหล่านี้มีส่วนอย่างสำคัญทำให้โลกอิสลามในอดีตก้าวเข้าสู่ยุคทองของอิสลามตลอดศตวรรษที่ 7-13 นักวิทยาศาสตร์มุสลิมยุคนั้นพัฒนาต่อยอดองค์ความรู้จากอัลกุรอานได้อย่างไร โธมัส ซัดเดนดอร์ฟ (Thomas Suddendorf) แห่งมหาวิทยาลัย ควีนส์แลนด์ ออสเตรเลีย อธิบายเป็นทฤษฎีไว้ในหนังสือชื่อ The Gap – The Science of What Separates Us from Other Animals” เขียนไว้ใน ค.ศ.2013
ทฤษฎีของซัดเดนดอร์ฟมีว่าสติปัญญามนุษย์กระตือรือร้นที่จะแลกเปลี่ยนข้อมูลของตนกับผู้อื่น ขณะเดียวกันก็พยายามเก็บข้อมูลจากผู้อื่นให้เป็นประโยชน์ของตนและกลุ่ม ก่อให้เกิดการสร้าง “สำนึกร่วม” (collective consciousness) หรือสำนึกสะสมที่พัฒนาไปสู่วัฒนธรรมการเสาะแสวงหาความรู้ พัฒนาต่อเนื่องกระทั่งสร้างอารยธรรมขึ้น ทฤษฎีนี้ใช้อธิบายพัฒนาการของชนอาหรับได้ดีว่าชาวทะเลทรายอาระเบียหลังยุคนบีมุฮัมมัด ศอลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม ต่อยอดอารยธรรมของอิยิปต์ เมโสโปเตเมีย เปอร์เซีย กรีก โรมันและชนกลุ่มอื่นกระทั่งสร้างอารยธรรมของตนขึ้นได้อย่างไร คำตอบเป็นทำนองว่าชนกลุ่มนี้สร้างสิ่งที่เรียกว่าสำนึกร่วมขึ้น
นักวิทยาศาสตร์มุสลิมในยุคทองของอิสลามพัฒนาศาสตร์ต่าง ๆ ขึ้นมากมาย ตัวอย่างเช่น อัลบัตตานี มุสลิมอาหรับ (البتاني Al Battani) ค.ศ. 858 – 929 พัฒนาศาสตร์ด้านดาราศาสตร์ คณิตศาสตร์ (ตรีโกณมิติ) อัลควาริซมี มุสลิมเปอร์เซีย (الخوارزمی Al Kwharizmi) ค.ศ. 780 – 850 ให้กำเนิดวิชาพีชคณิต (Algebra) คณิตศาสตร์ (Arithmatic) และอัลกอริทึม อิบนุ อัลนาฟิซ (ابن النفيس Ibn Al Nafis) ค.ศ. 1213 – 1288 เปิดเผยระบบไหลเวียนโลหิตระหว่างปอดกับหัวใจ อิบนุ ซินา (ابن سینا Ibn Sina) ค.ศ. 980 – 1037 มุสลิมเปอร์เซีย เขียนตำราทางการแพทย์มากมายที่ถูกถ่ายทอดเป็นตำราให้ได้เรียนกันทั่วยุโรป
นักวิทยาศาสตร์มุสลิมอย่างอัลฟัรฆานี (أبو العباس أحمد بن كثير الفرغاني Al Farghani) ค.ศ. 800 – 870 พัฒนาดาราศาสตร์ วิศวกรรมศาสตร์และอุทกวิทยา นำเสนอทฤษฎีว่าวัตถุขนาดใหญ่มหาศาลย่อมสร้างแรงดึงดูดต่อวัตถุที่เล็กกว่า หากแอ็ปเปิลมีขนาดใหญ่กว่าโลก อาจเป็นโลกเองที่ตกลงบนแอ็ปเปิล ไม่ใช่แอ็ปเปิลตกลงบนโลกเช่นที่เซอร์ไอแซค นิวตัน เขียนเป็นทฤษฎีแรงโน้มถ่วงไว้
ยังมีความรู้อีกมากมายที่โลกอิสลามพัฒนาขึ้นและถ่ายทอดให้ชาวยุโรปได้เรียนรู้ น่าเสียดายที่ชาวยุโรปละเลยไม่ยอมอ้างอิงถึง “ชาวตะวันตกเพิกเฉยไม่ยอมรับว่าอารยธรรมของโลกตะวันตกทุกวันนี้เป็นหนี้ต่อโลกอิสลามเป็นความล้มเหลวทางประวัติศาสตร์ที่ครอบคลุมชาวตะวันตกอยู่ในทุกวันนี้” กษัตริย์ชาร์ลที่สามเมื่อครั้งดำรงพระยศเป็นมกุฎราชกุมารแห่งสหราชอาณาจักรทรงมีปาฐกถาไว้เช่นนี้เมื่อเดือนตุลาคม ค.ศ.1993
#drwinaidahlan, #ดรวินัยดะห์ลัน, #ยุคทองอิสลาม, #นักวิทยาศาสตร์มุสลิม
ดูน้อยลง

