แพทย์ นักวิทยาศาสตร์และนักโภชนาการเข้าใจความสำคัญของกรดไขมันโอเมก้าสามมาตั้งแต่เริ่มศตวรรษที่ 20 แล้ว วันเวลาผ่านมา 120 ปีจนถึงวันนี้ คนในโลกส่วนใหญ่ขนาดสามในสี่ของประชากรโลกยังได้รับกรดไขมันโอเมก้าสามไม่เพียงพอ งานวิจัยจากมหาวิทยาลัยอีสต์แองเกลีย ร่วมกับมหาวิทยาลัยเซาแธมป์ตันและฮอลแลนด์แอนด์บาร์เร็ตต์ ตีพิมพ์ในวารสาร Nutrition Research Reviews เดือนธันวาคม ค.ศ.2025 ยืนยันร่วมกันอย่างนั้น แสดงว่าผู้คนยังมีปัญหาความเข้าใจด้านโภชนาการกับสุขภาพ ทั้งอาจไม่รู้ว่ากรดไขมันโอเมก้าสามสำคัญอย่างไร ควรได้รับจากอาหารประเภทไหน และควรบริโภคกันอย่างไร
กรดไขมันโอเมก้าสามมีหลายตัว ตัวที่สำคัญมีสามตัว ได้แก่ EPA และ DHA พบมากในสัตว์ทะเล อย่างเช่น ปลาทะเลที่มีไขมันสูง ในปลาน้ำจืดมีอยู่บ้างทว่าน้อยกว่าปลาทะเล อีกตัวหนึ่งคือ ALA พบในพืชหลายชนิด นอกจากนี้กรดไขมันโอเมก้าสามยังพบในเนื้อสัตว์บก สัตว์ปีกที่เลี้ยงแบบปล่อยอิสระหรือสัตว์ในธรรมชาติ กรดไขมันโอเมก้าสามให้ประโยชน์ต่อสุขภาพของหัวใจ สมองและดวงตา ทั้งยังช่วยสุขภาพด้านอื่น ๆ อีก มนุษย์ผู้ใหญ่ต้องการกรดไขมันโอเมก้าสามในปริมาณ 250-300 มิลลิกรัมต่อวัน หากตั้งครรภ์หรือต้องการเสริมสุขภาพอาจบริโภคเพิ่มขึ้นเป็น 350-400 มิลลิกรัมต่อวัน
ทีมวิจัยให้ความเห็นว่ายังมีช่องว่างขนาดใหญ่ระหว่างคำแนะนำทางวิทยาศาสตร์กับอาหารที่บริโภคในแต่ละวัน นักวิจัยเน้นย้ำบทบาทสำคัญของ EPA และ DHA ในทุกช่วงวัย ทั้งยังชี้ให้เห็นด้วยว่าอาหารเพียงอย่างเดียวมักไม่เพียงพอต่อความต้องการ ทางแก้ไขคือหาทางเข้าถึงแหล่งโอเมก้า 3 ที่ยั่งยืนให้ง่ายขึ้น โดยอาจแนะนำการเสริมในอาหารพิเศษหรือการใช้ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร แต่การเลือกบริโภคจากอาหารจะดีกว่า ประหยัดกว่า
งานวิจัยบ่งชี้ว่าร้อยละ 76 ของประชากรทั่วโลกได้รับ EPA และ DHA ไม่เพียงพอแสดงให้เห็นถึงช่องว่างด้านสาธารณสุขระดับโลกว่ายังมีปัญหา ทีมวิจัยแนะนำว่าหากบริโภคอาหารที่เสริมโอเมก้า 3 หรือใช้ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารประเภทกรดไขมันโอเมก้าสาม อาจช่วยให้ผู้คนได้รับประโยชน์ด้านสุขภาพมากขึ้น ทว่าในเชิงจริยธรรมนักโภชนาการยังไม่อยากแนะนำการบริโภคผ่านผลิตภัณฑ์ทางการตลาดมากนัก เลือกบริโภคจากอาหารจะดีและยั่งยืนกว่า คิดกันอย่างนั้น
กรณีคนไทย กรดไขมันโอเมก้าสามพบมากในปลาทะเลจากอ่าวไทย ไม่ว่าจะเป็นปลาทู ปลารัง ปลากะพง ปลาชิ้งชั้ง ปลากะตัก ในปลากระป๋องชนิดทูน่า แมคเคอเรล ซาร์ดีน ก็มีมาก หรือบริโภคกรดไขมันโอเมก้าสามจากพืช เช่น น้ำมันพืชบางชนิดอย่างน้ำมันรำข้าว น้ำมันงา น้ำมันถั่วเหลือง เลือกบริโภคกันเอาเองก็แล้วกัน
#drwinaidahlan, #ดรวินัยดะห์ลัน, #โอเมก้าสาม, #omega3, #โรคหัวใจและหลอดเลือด, #สมองและดวงตา

