กินก่อโรคอ้วนแบบชนเชื้อสายแองโกล-แซกซอน

วันนี้ขอเล่าเรื่องตลกที่เกี่ยวกับโรคอ้วนสักหน่อย โรคนี้กลายเป็นวลีว่า “โรคแองโกล-แซกซอน” (Anglo-Saxon disease) เนื่องจากโรคอ้วนมีอุบัติการณ์สูงในกลุ่มชนเชื้อสายแองโกล-แซกซอนในประเทศที่พูดภาษาอังกฤษ แม้ไม่ถูกต้องในทางวิชาการนักแต่สะท้อนให้เห็นข้อเท็จจริงบางอย่าง ก่อนอื่นขอทบทวนเรื่องโรคอ้วนสักหน่อย ลองดูดัชนีและวิธีการวัดโรคอ้วน คำว่าอ้วนหรือน้ำหนักเกินและอ้วนถึงระดับโรคอ้วนนั้นในทางวิชาการใช้ดัชนี BMI ในการพิจารณาโดยคำนวณจากน้ำหนักตัวเป็นกิโลกรัมหารด้วยส่วนสูงคิดเป็นเมตรยกกำลังสอง หากมีค่า 18-23 ถือว่าปกติ 23-30 นับว่าน้ำหนักเกินหรืออ้วน ค่าเกิน 30 คือโรคอ้วน หากเกิน 40 หมายถึงโรคอ้วนระดับวิกฤติ

กลับมาที่เรื่องตลกที่ว่าอีกครั้ง เรื่องนี้กล่าวกันว่ามาจากนักศึกษามหาวิทยาลัยในประเทศฝรั่งเศส เรื่องมีว่าวันหนึ่งอาจารย์ในชั้นเรียนด้านโภชนาการถามนักศึกษาว่าอะไรคือปัจจัยสำคัญที่ก่อปัญหาโรคอ้วนซึ่งแทบทุกคนรู้ว่าโรคอ้วนเป็นผลจากพลังงานเข้าสู่ร่างกายมากกว่าออกจากร่างกาย กินมาก ออกกำลังกายน้อย อีกทั้งอาหารยังมาจากผลิตภัณฑ์ทางอุตสาหกรรมที่ขัดสีสูง รสชาติถูกปาก ย่อยง่าย ดูดซึมง่าย อาหารจึงเป็นปัจจัยหลักที่ก่อโรคอ้วน ทว่าในชั้นเรียนนักศึกษาคนหนึ่งกลับตอบหน้าตาเฉยว่าคือภาษาอังกฤษ แถมมีเหตุผลประกอบอีกต่างหาก

มองไปที่ประเทศต่าง ๆ ทั่วโลก ประเทศของคนเชื้อสายแองโกล-แซกซอนกลุ่มพูดภาษาอังกฤษ ล้วนมีปัญหาโรคอ้วนค่อนข้างสูง ดูข้อเท็จจริงในช่วง ค.ศ.2021-23 ก็คงเห็น เริ่มที่สหรัฐอเมริกา ผู้ใหญ่ 40.3% อ้วนระดับโรคอ้วนโดย 9.2% เป็นโรคอ้วนระดับวิกฤติ สหราชอาณาจักร ผู้ใหญ่ 26.5% เป็นโรคอ้วนหากรวมน้ำหนักเกินมีสูงถึง 64.5% แคนาดา ผู้ใหญ่ 35.5% น้ำหนักเกินอีก 30% เป็นโรคอ้วน หมายถึง 65.5% มีน้ำหนักเกินรวมถึงเป็นโรคอ้วน ดูในออสเตรเลียกันบ้าง ผู้ใหญ่ 34% น้ำหนักเกิน อีก 32% เป็นโรคอ้วน หรือผู้ใหญ่ชาวออสเตรเลีย 66% มีน้ำหนักเกินหรือเป็นโรคอ้วน นอกจากนี้ เด็กและวัยรุ่น 1 ใน 4 คนยังจัดอยู่ในประเภทน้ำหนักเกินหรือโรคอ้วนอีกต่างหาก ส่วนนิวซีแลนด์ ผู้ใหญ่หรือผู้มีอายุ 15 ปีขึ้นไป 34.3% จัดเป็นโรคอ้วน

ลองกลับมาดูคนฝรั่งเศสที่ไม่พูดอังกฤษกันบ้าง ผู้ใหญ่ 17% เท่านั้นที่เป็นโรคอ้วน เอาเป็นว่าคนฝรั่งเศสอ้วนน้อยกว่าคนอังกฤษแยะ เรื่องนี้แม้ไม่เป็นวิชาการนัก แต่ก็ชวนคิด ปัญหาจริงไม่ได้มาจากภาษาทว่ามาจากวัฒนธรรมการบริโภคต่างหาก คนที่บริโภคตามค่านิยมแองโกล-แซกซอน กลุ่มพูดภาษาอังกฤษที่นับเป็นกลุ่มหลักของวัฒนธรรมตะวันตกในปัจจุบัน กลุ่มนี้บริโภคแป้งสูง ไขมันสูง พลังงานสูง ใยอาหารต่ำ อาหารจำนวนมากเป็นผลิตภัณฑ์อาหารผ่านกระบวนการระดับอัลตร้าหรือขัดสีสูง นิยมบริโภคฟาสต์ฟู้ด คนกลุ่มนี้เสี่ยงต่อโรคอ้วน หากต้องการลดอ้วนก็ควรหาทางลดการบริโภคตามวัฒนธรรมแองโกล-แซกซอน หันมาบริโภคตามวัฒนธรรมเอเชียหรือแบบไทยจะดีกว่า

#drwinaidahlan, #ดรวินัยดะห์ลัน, #โรคอ้วน, #โรคแองโกลแซกซอน

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *