การเฝ้าดูจันทร์เสี้ยวเพื่อกำหนดการสิ้นสุดรอมฎอน

ค่ำวันที่ 19 มีนาคม พ.ศ.2569 จุฬาราชมนตรีกำหนดการเฝ้าดูดวงจันทร์ขึ้น 1 ค่ำเดือนเชาวาลหรืออีกนัยหนึ่งคือการสิ้นสุดเดือนรอมฎอน ฮ.ศ.1447 นั่นแหละ หากมีผู้มองเห็น วันศุกร์ที่ 20 มีนาคมย่อมเป็นวันตรุษอิดิลฟิตริเพื่อเฉลิมฉลองการสิ้นสุดเดือนรอมฎอน เรื่องนี้มีการถ่ายทอดทีวีจากสำนักจุฬาราชมนตรีออกไปทั่วประเทศ แต่ปรากฏว่าเกิดเหตุการณ์สับสนเล็กน้อย เนื่องจากมีข่าวออกมาว่ามีผู้เห็นจันทร์เสี้ยว ทว่าถึงเวลาประกาศผล ท่านจุฬาราชมนตรี อาจารย์อรุณ บุญชม แจ้งว่าไม่มีผู้ใดเห็นดวงจันทร์ กำหนดวันที่ 1 เดือนเชาวาลจึงเป็นวันเสาร์ที่ 21 มีนาคม วันเสาร์คือวันตรุษอิดิลฟิตรี สรุปได้อย่างนั้น

ในฐานะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิจุฬาราชมนตรีคนหนึ่ง มีคนถามผมว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่ ไหนว่ามีผู้เห็นดวงจันทร์ เหตุใดกลายเป็นว่าไม่มีผู้เห็น วันที่ 1 ของเดือนใหม่ต้องเลื่อนไปหนึ่งวัน ผมเองอยู่ในเหตุการณ์การรับฟังรายงานการเฝ้าดูดวงจันทร์ ยืนยันว่าผู้ทรงคุณวุฒิจุฬาราชมนตรีซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านดาราศาสตร์คือ พลเรือเอก ศาสตราจารย์ ดร.นคร ทนุวงษ์ (ฮัจยีอาลี บิน มูฮำหมัด) แจ้งท่านจุฬาราชมนตรีทราบตั้งแต่ก่อนเข้ารายการแล้วว่าโอกาสเห็นดวงจันทร์ขึ้น 1 ค่ำมีน้อยมาก จึงจำเป็นต้องตรวจสอบหากมีผู้เห็นดวงจันทร์

ควรทำความเข้าใจกันก่อนว่า เดือนทางจันทรคตินั้นโอกาสที่จะไม่เห็นเดือนบนท้องฟ้าเวลาใดเวลาหนึ่งมีเพียง 1 ถึง 3 วันในหนึ่งเดือนเท่านั้น ที่ต้องลุ้นกันทุกเดือนคือการเฝ้าดูจันทร์เสี้ยวทางทิศตะวันตกในจุดที่ดวงอาทิตย์ลับของฟ้านั่นแหละ เย็นแรม 14-15 ค่ำนั้น ดวงจันทร์มักตกพร้อมดวงอาทิตย์ จึงไม่มีทางเห็นดวงจันทร์เนื่องจากแสงดวงอาทิตย์กลบไว้ สนธยาที่คาดว่าจะเป็นขึ้น 1 ค่ำหรือไม่นั้นขึ้นกับว่าดวงจันทร์ตกล่าไปกว่าดวงอาทิตย์นานเท่าไหร่ ตามปกติโอกาสเห็นจันทร์เสี้ยวด้วยตาเปล่าที่พอจะยืนยันได้ว่านั่นคือขึ้น 1 ค่ำ ดวงจันทร์ควรตกหลังดวงอาทิตย์อย่างน้อย 20-30 นาทีขึ้นไป ท่านอาจารย์นครแจ้งท่านจุฬาราชมนตรีว่าสำหรับประเทศไทยค่ำวานนี้ เวลาที่ดวงจันทร์ตกเป็นหลังดวงอาทิตย์ตกนาน 13-17 นาที โอกาสเห็นจันทร์เสี้ยวจึงน้อยมาก

ตามเกณฑ์ขั้นต่ำ หากดวงจันทร์ตกห่างจากดวงอาทิตย์น้อยกว่า 15 นาที แสงอาทิตย์ยามสนธยาจะจ้าเกินไปจนมองไม่เห็นจันทร์เสี้ยว ต้องอย่างน้อย 30 นาที จึงจะมีโอกาสเห็น ดังนั้นตามที่มีรายงานเข้ามาว่ามีผู้เห็นดวงจันทร์จึงจำเป็นต้องตรวจสอบจากทุกฝ่าย ทางอาจารย์ประสาน ศรีเจริญ ผู้ทรงคุณวุฒิอาวุโส ชี้แจงเสริมด้วยว่าการเข้าเดือนรอมฎอนสามารถยืนยันได้หากมีผู้เห็นดวงจันทร์เพียงคนเดียว ทว่าการออกจากเดือนรอมฎอนจำเป็นต้องมีผู้เห็นดวงจันทร์อย่างน้อยสองคน นั่นคือประเพณีปฏิบัติ ในทางดาราศาสตร์จากเกณฑ์ของนักดาราศาสตร์หลายสำนัก เวลาที่ดวงจันทร์ตกหลังดวงอาทิตย์ควรมีระยะเวลา 30 นาทีขึ้นไป สรุปเอาเป็นว่าหลังการตรวจสอบจากทุกฝ่ายอย่างละเอียดแล้ว ท่านจุฬาราชมนตรีจึงประกาศว่าไม่มีผู้เห็นดวงจันทร์ ยืนยันกันก่อนว่าการคำนวณทางดาราศาสตร์เป็นเพียงหนึ่งความเห็น ประเด็นหลักอยู่ที่การตรวจสอบจริงโดยผู้รู้ในพื้นที่

#drwinaidahlan, #ดรวินัยดะห์ลัน, #จันทร์เสี้ยวหนึ่งค่ำ, #รอมฎอน, #จุฬาราชมนตรี, #การดูดวงจันทร์

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *