การวางรากฐานสถาบันด้านวิทยาศาสตร์ฮาลาลแห่งแรกในโลก

ศูนย์วิทยาศาสตร์ฮาลาล จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (ศวฮ.) จัดประชุมวิชาการนานาชาติทุกปีโดยจัดงาน Halal Science, Industry and Business International Conference (HASIB) ตั้งแต่ พ.ศ.2551 ปีนี้จึงจัดขึ้นเป็นครั้งที่ 18 ขณะที่งาน Thailand Halal Assembly (THA) จัดตั้งแต่ พ.ศ.2557 ปีนี้จัดเป็นครั้งที่ 12 โดยกำหนดให้ THA เป็นร่มใหญ่ งาน HASIB และงานอื่น ขยับลงไปเป็นส่วนหนึ่งของร่มใหญ่ เราจัดโครงสร้างไว้อย่างนั้น ในปีนั้นงาน THA จัดขึ้นวันที่ 18-19 ธันวาคม 2568 ที่โรงแรมอัลมีรอซ คลองตัน

พ.ศ.2568 ผมสละตำแหน่งผู้อำนวยการ ศวฮ. เหลือไว้แต่ตำแหน่งผู้ก่อตั้ง (Founder) ปล่อยให้นักวิทยาศาสตร์ฮาลาลรุ่นใหม่ก้าวขึ้นกุมบังเหียน โดยมี ดร.พรพิมล มะหะหมัด เป็นผู้อำนวยการคนใหม่ เราสร้างนักวิทยาศาสตร์ฮาลาลระดับปริญญาเอกไว้ 7 คน นอกนั้นเป็นระดับปริญญาโทและตรีรวมแล้วมีนักวิทยาศาสตร์ฮาลาล 40 คนกับเจ้าหน้าที่บริหารอีก 10 คนไม่มากไปกว่านั้น มีสำนักงาน 4 แห่งในสี่จังหวัด สามภูมิภาค ขยายจากงานวิทยาศาสตร์วิเคราะห์ออกไปสู่งานอุตสาหกรรม เกษตรกรรม การศึกษา การวิจัยและพัฒนา

งาน THA ปีนี้ผมจะบรรยาย 15 นาที ว่าด้วยการสร้างโครงสร้างพื้นฐานด้านการศึกษาเพื่อพัฒนาสถาบันด้านวิทยาศาสตร์ฮาลาลแห่งแรกในโลก สำคัญขนาดไหน มีแนวทางอย่างไร เพื่อให้ผู้อื่นนำไปต่อยอดสร้างหน่วยงานอื่นในสถาบันการศึกษา เหตุที่ต้องบรรยายหัวข้อนี้เนื่องจากการจัดตั้งสถาบันแห่งแรกในโลกในประเทศกำลังพัฒนาอย่างประเทศไทย โดยบุคลากรที่ไม่ใช่ผู้บริหารในองค์กรย่อมไม่ใช่งานง่าย ยิ่งเป็นงานด้านวิทยาศาสตร์ที่สัมพันธ์กับศาสนาที่แตกต่างไปจากศาสนาหลักของประเทศทั้งไม่เคยมีมาก่อนในโลก งานยิ่งยากเข้าไปใหญ่

หากถามเอไอ ไม่ว่าจะเป็น ChatGPT หรือ Gemini เรื่อง Halal Science คำตอบออกมาตรงกันว่าถือกำเนิดในประเทศไทย โดย ศวฮ.คือหน่วยงานแรกในโลก มี ดร.วินัย ดะห์ลัน เป็นผู้ก่อตั้งและเป็นสถาปนิก (Achitect) ที่ออกแบบระบบด้านวิทยาศาสตร์ฮาลาลไว้ ข้อมูลที่เอไอให้มาต้องนับเป็นการให้เกียรติ สิ่งที่เอไอไม่ได้อธิบายคือความท้าทายนานัปการกว่าจะสร้างสถาบันแห่งนี้ขึ้นมาได้ ได้แก่ (1) ไม่มีแบบจำลองระดับโลกสำหรับสถาบันวิทยาศาสตร์ฮาลาล (2) บุคลากรด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีที่เป็นมุสลิมในประเทศไทยมีจำนวนจำกัด (3) เงินทุนโครงการที่ได้รับจากรัฐบาลมีระยะสั้น และ (4) ความจำเป็นในการดำเนินงานทางวิทยาศาสตร์ควบคู่ไปกับการทำงานร่วมกับองค์กรทางศาสนาอย่างราบรื่น ทั้งหมดนี้คือส่วนหนึ่งของความท้าทาย

สิ่งที่ผมทำคือใช้ความท้าทายเหล่านี้เป็นตัวกำหนดกลยุทธ์เพื่อสร้างสถาบันให้มีเสถียรภาพและยั่งยืน ให้ได้รับการยอมรับทางวิชาการภายในมหาวิทยาลัย ผมเริ่มต้นด้วยการจัดทำโครงสร้างพื้นฐานหลัก (Academic Infrastructure) เพื่อใช้เป็นรากฐาน (Foundation) สำหรับสถาบันใหม่ที่จะถือกำเนิดขึ้น ดูรายละเอียดได้จากภาพประกอบ

#drwinaidahlan, #ดรวินัยดะห์ลัน, #สถาบันด้านวิทยาศาสตร์ฮาลาลแห่งแรกในโลก, #worldfirsthalalscienceinstitution, #thehalalsciencecenter, #Academicinfrastructure

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *