การมาของรอซูลุลลอฮฺ “นบีมุฮัมมัด” ที่มีการกล่าวไว้ในคัมภีร์เก่า ตอนที่ 2

ว่ากันต่อจากตอนที่ 1 พิจารณาจากคัมภีร์อัลกุรอาน บทอัลอะอฺรอฟ 7:157 มีเนื้อหาว่า “…ผู้เป็นนบีที่เขียนอ่านไม่เป็น (นบีมุฮัมมัด) ถูกจารึกไว้ในคัมภีร์อัตเตารอต (ยูดาย) และอัลอินญีล (คริสต์)…” โดยระบุว่าสองคัมภีร์กล่าวถึงการมาของนบีมุฮัมมัดไว้ ในเรื่องนี้มีนักวิชาการอิสลามหลายกลุ่มทำการศึกษาวิจัย หนึ่งในนั้นคือ “ชีคอะฮฺเมด ดีดัด” (Sheikh Ahmed Deedat 1918-2005) นักวิชาการชาวอินเดีย-อัฟริกาใต้ ผลการศึกษาเป็นที่น่าพอใจ

คัมภีร์พันธสัญญาเดิม (อาจหมายถึง “อัตเตารอต”) ในบทเฉลยธรรมบัญญัติ 18:18 (Deuteronomy 18:18) ระบุว่า “เราจะบังเกิดผู้พยากรณ์คนหนึ่งอย่างเจ้า (โมเสสหรือนบีมูซา) ขึ้นในหมู่พี่น้องของเขา และเราจะใส่ถ้อยคำของเราในปากของเขา…” บัญญัตินี้ นักวิชาการคริสต์ศาสนาระบุว่าหมายถึงพระเยซู โดยอ้างอิงจาก “กิจการของอัครทูต” (Acts 3:22) ซึ่งบริบทคำว่าพี่น้องหมายถึง 12 คนจากบะนีอิสรออีล ขณะที่ชีคดีดัดระบุว่าบุคคลนั้นหมายถึงนบีมุฮัมมัดซึ่งสืบสายมาจากนบีอิบรอฮีมเช่นเดียวกับบะนีอิสรออีล โดยมีเหตุผลประกอบ

(1) “อย่างเจ้า” (Like unto thee) นบีมูซาหรือโมเสสกับนบีมุฮัมมัดคล้ายคลึงกันทางกายภาพและชีวประวัติ โดยมีพ่อแม่, แต่งงาน, มีลูก, เป็นผู้นำรัฐ, และเสียชีวิตตามธรรมชาติ ต่างจากนบีอีซาหรือพระเยซูที่ชาวคริสต์เชื่อว่าเป็นบุตรของพระเจ้าและฟื้นคืนชีพ (2) “ในหมู่พี่น้องของเขา” (From among their brethren) ชีคดีดัดตีความว่า “พี่น้อง” ของบะนีอิสรออีล (ลูกหลานไอแซกหรืออิสหาก) ซึ่งกลุ่มหนึ่งคือชาวอาหรับซึ่งสืบทอดมาจากนบีอิสมาอีลบุตรของนบีอิบรอฮีม (3) “ใส่ถ้อยคำในปาก” บัญญัตินี้สอดคล้องกับวิธีการประทานอัลกุรอานจากอัลลอฮฺสู่นบีมุฮัมมัดโดยเป็นคำที่ญิบรีลหรือกาเบรียลทูตสวรรค์แจ้งแก่นบีมุฮัมมัดเพื่อจดจำโดยพูดผ่านออกมาทางปาก

นอกจากนี้คัมภีร์พันธสัญญาเดิมในบท เพลงโซโลมอน 5:16 (Song of Solomon 5:16) ฉบับภาษาฮีบรูดั้งเดิม มีคำว่า Machamadim (מַחֲמַדִּים) ซึ่งแปลว่า “ผู้เป็นที่รัก” หรือ “ความปรารถนา” นักวิชาการอิสลามเห็นว่าคำนี้ในภาษาฮิบรูมีรากศัพท์เดียวกับคำว่า “มุฮัมมัด” ในภาษาอาหรับ ทั้งเมื่ออ่านออกเสียงจะคล้ายกันมาก แม้ในฉบับแปลทั่วไปมักแปลเป็นคำคุณศัพท์ว่า “พึงปรารถนา” ก็ตาม

ส่วนที่อ้างถึงในคัมภีร์พันธสัญญาใหม่ (New Testament/Gospel) หรือไบเบิลที่อาจหมายถึง “อินญีล” ได้แก่ ยอห์น 14:16 และ 16:7 (Gospel of John) พระเยซู (นบีอีซา) ตรัสถึงการมาของ “องค์อุปถัมภ์” หรือ “ผู้ช่วย” “ถ้าเราไม่ไป องค์อุปถัมภ์ก็จะไม่เสด็จมาหาพวกท่าน แต่ถ้าเราไปแล้วเราจะส่งพระองค์มาหาท่าน” ตามมุมมองของนักวิชาการศาสนาอิสลามเห็นว่าองค์อุปถัมภ์ในที่นี้ซึ่งเรียกในภาษากรีกตามที่ปรากฏในคัมภีร์ว่า Paracletos รากคำเดียวกับ Periclytos ที่แปลว่า “ผู้เป็นที่สรรเสริญ” คำนี้ในภาษาอาหรับคือ “มุฮัมมัด” หรือ “อะฮฺมัด” เหตุผลทั้งหมดนี้ทำให้นักวิชาการอิสลามส่วนใหญ่เห็นด้วยกับการตีความของชีคดีดัดรวมถึงนักวิชาการกลุ่มอื่น

#drwinaidahlan,#ดรวินัยดะห์ลัน, #นบีมุฮัมมัด, #อัตเตารอต, #อัลอินญีล, #ไบเบิล, #คัมภีร์พันธสัญญาเดิม

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *