การพัฒนาประเทศต้องว่ากันด้วยวิสัยทัศน์และยุทธศาสตร์ ขณะที่วิชาการเป็นองค์ประกอบ ไม่ใช่แกน การเป็นสมาชิก OECD คือวิสัยทัศน์ เป็นทิศทางที่จะนำประเทศไทยไปสู่ชุมชนแห่งอนาคต

คิดใหญ่ ทำใหญ่

นายกรัฐมนตรีไทย พาไทยเข้าสู่ OECD

ยกระดับประเทศไทยสู่ Top Country of the World

ทุกท่านครับ มีมูฟของนายก ที่น่าติดตาม ก็คือ การไปฝรั่งเศส แล้วไปคุยกับหลายหน่วยงาน เพื่อดันไทย เข้าสู่ OECD

ซึ่งงงง

การพาไทยเข้าสู่ OECD ไม่ใช่เรื่องของภาพลักษณ์ ไม่ใช่แค่การเพิ่มชื่อประเทศไทยเข้าไปอยู่ในองค์กรระหว่างประเทศระดับโลกเท่านั้น

แต่มันคือ “การยกระดับประเทศไทยทั้งระบบ” ในระยะยาว ทั้งด้านเศรษฐกิจ การลงทุน เทคโนโลยี พลังงาน การศึกษา กฎหมาย และมาตรฐานการบริหารประเทศ

เพราะในโลกยุคใหม่ ประเทศที่จะเติบโตได้อย่างมั่นคง ไม่ใช่แค่ประเทศที่มีทรัพยากร มีแรงงาน หรือมีของขายราคาถูก

แต่ต้องเป็นประเทศที่ “โลกเชื่อมั่น” ว่ามีเสถียรภาพ มีมาตรฐาน และพร้อมเติบโตไปกับเศรษฐกิจโลกยุคใหม่ได้จริง

หลายคนอาจยังไม่เข้าใจว่า ทำไมนายกรัฐมนตรี อนุทิน ชาญวีรกูล ถึงให้ความสำคัญกับการผลักดันประเทศไทยเข้าสู่ OECD มากขนาดนี้ จนถึงขั้นเดินสายพบผู้นำองค์กรเศรษฐกิจระดับโลก ทั้ง IEA ที่กรุงปารีส ภาคธุรกิจระหว่างประเทศ รวมถึงเครือข่ายด้านพลังงาน เทคโนโลยี และเศรษฐกิจระดับโลก

เพราะนี่ไม่ใช่การเดินทางเชิงพิธีการ แต่คือความพยายาม “วางตำแหน่งใหม่” ให้ประเทศไทยบนเวทีโลก ท่ามกลางการแข่งขันครั้งใหญ่ของเศรษฐกิจโลก ที่ทุกประเทศต่างพยายามดึงเงินลงทุน เทคโนโลยี และอุตสาหกรรมอนาคตเข้าประเทศตัวเองให้ได้มากที่สุด

OECD หรือ องค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา คือกลุ่มประเทศพัฒนาแล้วที่ร่วมกันกำหนดมาตรฐานระดับโลกในหลากหลายด้าน ทั้งเศรษฐกิจ การลงทุน ภาษี พลังงาน สิ่งแวดล้อม เทคโนโลยี การศึกษา และธรรมาภิบาลของภาครัฐ พูดง่าย ๆ ก็คือ นี่คือ “โต๊ะใหญ่ของประเทศชั้นนำของโลก” ที่รวมประเทศซึ่งมีระบบเศรษฐกิจเข้มแข็ง โปร่งใส และได้รับความเชื่อมั่นจากนักลงทุนทั่วโลก

ดังนั้น หากประเทศไทยสามารถก้าวเข้าไปอยู่ในจุดนั้นได้ มันจะไม่ใช่แค่การยกระดับสถานะของประเทศในเชิงสัญลักษณ์ แต่จะส่งผลต่อความเชื่อมั่นและอนาคตของประเทศทั้งระบบ

สิ่งสำคัญที่สุดอย่างแรก คือ “ความเชื่อมั่นจากนักลงทุนโลก”

เพราะในความเป็นจริง นักลงทุนระดับโลกจำนวนมากใช้มาตรฐาน OECD เป็นหนึ่งในตัวชี้วัดว่า ประเทศใดมีระบบเศรษฐกิจ กฎหมาย และการบริหารจัดการที่น่าเชื่อถือเพียงพอสำหรับการลงทุนระยะยาว การที่ไทยเดินหน้าเข้าสู่ OECD

จึงเท่ากับการส่งสัญญาณว่า

ประเทศไทยกำลังพยายามยกระดับตัวเองให้เข้าใกล้มาตรฐานประเทศพัฒนาแล้วมากขึ้น ไม่ใช่แค่ประเทศฐานการผลิตราคาถูกเหมือนในอดีต แต่เป็นประเทศที่พร้อมเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจใหม่ของภูมิภาค และพร้อมรองรับอุตสาหกรรมแห่งอนาคตทั้ง AI พลังงานสะอาด ดิจิทัล และเทคโนโลยีขั้นสูง

อีกด้านหนึ่ง การเข้า OECD ยังเป็น “แรงผลักสำคัญ” ให้ประเทศไทยต้องปฏิรูปตัวเองครั้งใหญ่ เพราะการเข้าร่วมองค์กรนี้ไม่ใช่แค่ยื่นใบสมัครแล้วจบ แต่ไทยจำเป็นต้องค่อย ๆ ปรับกฎหมาย ระบบราชการ กติกาการแข่งขัน นโยบายด้านพลังงาน การศึกษา สิ่งแวดล้อม และระบบเศรษฐกิจให้ทันกับโลกยุคใหม่มากขึ้น

ซึ่งในอีกมุมหนึ่ง นี่คือโอกาสสำคัญที่ประเทศไทยจะได้เร่งยกระดับตัวเองอย่างจริงจัง หลังจากหลายเรื่องถูกพูดถึงมานานแต่เดินหน้าได้ช้า การมีเป้าหมายระดับ OECD จะกลายเป็นแรงผลักดันให้เกิดการปฏิรูปเชิงโครงสร้างที่ประเทศต้องทำอยู่แล้วในที่สุด

ที่สำคัญที่สุด คือ “โอกาสของคนไทยรุ่นใหม่” เพราะโลกอนาคตกำลังแข่งขันกันอย่างหนักในเรื่อง AI พลังงานสะอาด เทคโนโลยีสีเขียว อุตสาหกรรมดิจิทัล เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ และงานที่ใช้ทักษะขั้นสูง ประเทศไหนดึงอุตสาหกรรมเหล่านี้เข้ามาได้ก่อน ประเทศนั้นจะมีโอกาสเติบโตสูงกว่าในระยะยาว แต่ถ้าไทยยังอยู่กับโครงสร้างเศรษฐกิจแบบเดิม พึ่งแรงงานราคาถูกและอุตสาหกรรมดั้งเดิมเพียงอย่างเดียว ประเทศก็อาจติดอยู่ในกับดักรายได้ปานกลางไปอีกนาน การเชื่อมประเทศไทยเข้าสู่เครือข่ายเศรษฐกิจระดับสูงของโลก จึงไม่ใช่เรื่องไกลตัว แต่มันหมายถึงการดึงเทคโนโลยี เงินลงทุน องค์ความรู้ และงานคุณภาพสูงเข้ามาสร้างอนาคตใหม่ให้คนไทยทั้งประเทศ

นี่คือเหตุผลว่า ทำไมการที่นายกฯ อนุทิน เดินหน้าหารือกับ IEA และผลักดันไทยเข้าสู่ OECD จึงเป็นมากกว่าการต่างประเทศทั่วไป เพราะ IEA คือองค์กรพลังงานสำคัญของโลก และเป็นหนึ่งในเครือข่ายหลักของกลุ่มประเทศพัฒนาแล้ว การที่ IEA แสดงท่าทีพร้อมสนับสนุนไทย ทั้งด้านองค์ความรู้ เทคโนโลยี และความร่วมมือด้านพลังงาน จึงสะท้อนว่า โลกเริ่มมองเห็นศักยภาพของประเทศไทยมากขึ้น โดยเฉพาะในเรื่องพลังงานสะอาด ความมั่นคงทางพลังงาน และเศรษฐกิจสีเขียว ซึ่งทั้งหมดนี้คือหัวใจสำคัญของเศรษฐกิจโลกยุคใหม่ในอีกหลายสิบปีข้างหน้า

สิ่งที่น่าสนใจที่สุด คือ วันนี้เราเริ่มเห็น “วิสัยทัศน์ระดับประเทศ” มากขึ้น จากรัฐบาลชุดนี้

เพราะที่ผ่านมา ประเทศไทยมักแก้ปัญหาเฉพาะหน้า มองระยะสั้น และแข่งขันกันเพียงเรื่องการเมืองภายในประเทศ แต่การเดินหน้าเข้าสู่ OECD คือการคิดในระดับ “อนาคตประเทศ” ว่าไทยจะยืนอยู่ตรงไหนของโลกในอีก 10-20 ปีข้างหน้า จะยังเป็นเพียงประเทศท่องเที่ยวและฐานผลิตต้นทุนต่ำ หรือจะก้าวขึ้นเป็นประเทศที่โลกมองเห็นศักยภาพด้านเทคโนโลยี พลังงาน เศรษฐกิจสีเขียว และนวัตกรรมได้จริง

ดังนั้น การเดินสายของนายกรัฐมนตรีครั้งนี้ จึงไม่ใช่แค่เรื่องการต่างประเทศ หรือการพบปะองค์กรระหว่างประเทศตามปกติ แต่มันคือ “การเปิดประตูอนาคตประเทศไทย” ผ่านการเชื่อมไทยเข้าสู่เครือข่ายเศรษฐกิจระดับสูงของโลก เพราะบางครั้ง อนาคตของประเทศ ก็เริ่มต้นจากการที่ผู้นำ “กล้าคิดใหญ่ กล้าตั้งเป้าหมายใหญ่ และกล้าพาประเทศออกจากจุดเดิม ๆ ไปยืนบนเวทีที่ใหญ่กว่าเดิม”

ดูน้อยลง

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *