ในวงการบริหารแนะนำกันว่าอย่าทำงานต่อเนื่องยาวนานกระทั่งเครียด ซึ่งส่งผลให้ประสิทธิภาพการทำงานลดลง หลายสำนักงานจึงมีเวลาพัก 15-20 นาที เรียกกันว่า “พักเบรกชากาแฟ” หรือคอฟฟี่เบรก (Coffee/Tea break) ช่วงเวลาเช้า 10.00-10.30 น. และเวลาบ่าย 15.30-16.00 น. คำถามคือทำไมต้องมีพักเบรกชากาแฟ และทำไมต้องเป็นสองเวลานั้น คำตอบมีเป็นที่เรียบร้อยโดยมีงานวิจัยยืนยัน
ในสมองของคนเราส่วนไฮโปธาลามัส มีบริเวณที่เรียกว่า suprachiasmatic nucleus หรือ SCN เป็นบริเวณที่มีนาฬิกาชีวิต (biological clock) ทำหน้าที่หลั่งฮอร์โมนออกมาตามช่วงเวลา หากมีการฝืนเวลาดังกล่าวร่างกายจำเป็นต้องปรับเวลาให้เกิดความเคยชินใหม่อย่างเช่นกรณีการเกิดเจ็ตแล็ค (jetlag) เมื่อเดินทางไปต่างประเทศที่มีช่วงเวลาแตกต่างออกไป ในเรื่องการดื่มชากาแฟก็ไม่ต่างกัน ในกาแฟหรือชาหรือโกโก้มีสาร “กาเฟอีน” (Caffeine) ที่ช่วยให้ประสาทตื่นตัว ช่วงเวลาที่ดีที่สุดของการดื่มกาแฟควรเป็นช่วงที่สมองออกอาการอ่อนเพลียน้อย ๆ หากต้องการให้สมองตื่นตัวจำเป็นต้องใช้สารบางตัวเข้าไปกระตุ้นซึ่งสารกาเฟอีนเป็นที่นิยมมากที่สุด คำถามคือช่วงเวลาไหนที่ควรดื่มกาแฟและช่วงเวลาไหนที่ไม่ควรดื่ม หรือดื่มไปก็เปล่าประโยชน์หรือได้ประโยชน์น้อยกว่าที่ควรจะเป็น ลองมาดูกัน
นักวิจัยพบว่าฮอร์โมนบางตัวในสมองอย่างเช่น “คอร์ติซอล” (cortisol) หลั่งออกมาตามการกำหนดของนาฬิกาชีวิตที่อยู่ใน SCN เมื่อใดที่คอร์ติซอลอยู่ในระดับสูง สมองจะเกิดอาการเครียดแสดงอาการตื่นตัวช่วงอย่างนั้นจึงไม่ควรดื่มกาแฟ หากคอร์ติซอลต่ำลงเมื่อไหร่ จะเกิดอาการซึมเซา สมองไม่ตื่นตัว เวลาอย่างนี้จึงเหมาะหากใช้สารกาเฟอีนเข้าไปกระตุ้น ระหว่างวันของคนที่ทำงานตามปกติคือทำงานกลางวันและพักผ่อนกลางคืน คอร์ติซอลจะหลั่งออกมาสูงสุดในเวลา 8-9 โมงเช้าช่วงหนึ่ง ช่วงเที่ยงถึงบ่ายโมงหรือ 12-13 น.ช่วงหนึ่ง หลังจากนั้นจึงเป็นช่วงเย็น 17.30-18.30 น. ช่วงเวลาเหล่านี้สมองตื่นตัวอยู่แล้ว การดื่มกาแฟหรือชาจึงไม่ให้ประโยชน์มากนัก ช่วงเวลาที่ดีที่สุดอยู่ระหว่าง 9.30-11.30 น.ตอนเช้า และช่วงบ่าย 2-4 โมงเย็นซึ่งเป็นช่วงที่สมองเริ่มออกอาการซึม
การทำงานต่อเนื่องกัน 2-2.30 ชั่วโมงควรได้พักบ้างสัก 15-20 นาที ดังนั้นเมื่อเริ่มงานแปดโมงเช้าฝรั่งจึงกำหนดให้พักชากาแฟตอน 10.30 น.อันเป็นช่วงเวลาที่ดีที่สุดที่จะต้องพัก สมองพร้อมได้รับการกระตุ้น หลังจากพักเที่ยงกลับมาทำงานตอนบ่ายโมง ทำงานไปจนถึงเวลา 15.30 น.ควรได้พักกันอีกสักรอบใช้เวลาสัก 15-20 นาที ทำได้อย่างนี้สมองจะตื่นตัวตลอดเวลา ข้อมูลจากงานวิจัยยืนยันอย่างนั้น
ข้อดีอีกประการหนึ่งของการพักชากาแฟช่วงเช้าและบ่ายคือการได้พบปะสังสรรค์กันระหว่างเพื่อนร่วมงานด้วยกันซึ่งช่วยสานสัมพันธ์ระหว่างบุคลากรภายในด้วยกัน เรื่องนี้นับเป็นปัจจัยสำคัญของความสำเร็จขององค์กร การได้มีโอกาสพบปะสังสรรค์ของบุคลากรในสำนักงานเดียวกันตอนช่วงเวลาคอฟฟี่เบรกเช้าและบ่ายจึงกลายเป็นปัจจัยหนึ่งในการสร้างความสำเร็จ ลองนำไปทำดู
#drwinaidahlan, #ดรวินัยดะห์ลัน, #คอฟฟี่เบรก, #นาฬิกาชีวิต

