งานวิจัยทางการแพทย์ยุคใหม่ให้ความสำคัญกับการฝึกสมาธิและกำหนดจิต (Meditation/Mindfulness) โดยพบประโยชน์ต่อสุขภาพทั้งกาย จิตใจ จิตวิญญาณ เป็นการผูกโยงสมาธิเข้ากับการกำหนดจิต โดยมักกล่าวถึงการกำหนดสมาธิตามวิถีพุทธ ฮินดู โยคะ ฯลฯ ขณะเดียวกันยังพบด้วยว่าการละหมาดในอิสลาม (Salat) เป็นอีกหนึ่งวิถีปฏิบัติที่รวมการฝึกสมาธิและกำหนดจิตเข้ากับการอ่าน การเคลื่อนไหวร่างกายในการละหมาด
การละหมาดมีแก่นอยู่ที่การตักวาตามแนวคูซัวอฺ (خشوع Khushu) โดยกำหนดจิตใจ ร่างกาย และจิตวิญญาณไว้กับการตักวาหรือภักดีต่ออัลลอฮฺ ศุบฮานะฮูวะตะอาลา เปลี่ยนภาระหน้าที่ประจำวันให้เป็นประสบการณ์ทางสมาธิที่ลึกซึ้ง ซึ่งทำได้โดยเทคนิคต่าง ๆ ดังต่อไปนี้ (1) การเตรียมกายและใจผ่านการอาบน้ำละหมาด (วุฎู) ใช้การอาบน้ำละหมาดก่อนละหมาดเพื่อกำหนดจิตใจให้ปลอดโปร่ง ผ่านความรู้สึกสัมผัสของน้ำต่อผิวหนังเพื่อยึดตนเองไว้กับปัจจุบัน (2) การกำหนดเจตนา (นียะฮฺ) โดยหยุดจิตใจครู่หนึ่งให้รับรู้ถึงสภาวะทางอารมณ์ โดยสลายความรู้สึกเร่งรีบ วิตกกังวล ปล่อยวางความรู้สึกสับสน สร้างความสงบในจิตใจเพื่อสงบต่อหน้าอัลลอฮฺ
(3) การยึดเหนี่ยวจิตใจกับการอ่านแต่ละโองการเพื่อยึดเหนี่ยวจิตใจ ไม่เร่งรีบในการอ่าน ไตร่ตรองความหมายของแต่ละคำหากทำได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงอัลฟาติฮะฮฺ โดยปฏิบัติเสมือนสนทนาโดยตรงกับอัลลอฮฺ (4) การรับรู้ทางกายผ่านการเคลื่อนไหว ใช้ท่าทาง เช่น รุกัวะ สุญูด เป็นจุดยึดโดยสังเกตตนเอง เพื่อรับรู้ความรู้สึกผ่านกระดูกสันหลังที่ยืดออกหรือการสัมผัสของหน้าผาก จมูก ฝ่ามือ นิ้วเท้า กับพื้น เป็นการปรับสมดุลทางกายให้เข้ากับสมาธิ (5) ลดอาการวอกแวกลงโดยกำหนดสมาธิ เสมือนตนเองคือ “คนสัญจรบนถนน” ดึงความสนใจออกจากสิ่งแวดล้อมให้กลับมาที่การกำหนดลมหายใจและคำอ่าน
การวิจัยทางการแพทย์ยุคใหม่หลายรายงานระบุว่าการละหมาดเป็นวิธีปฏิบัติแบบองค์รวมที่เชื่อมโยงจิตใจและร่างกาย โดยมีกลไกทางจิตสรีรวิทยาหลายประการที่ใกล้เคียงการฝึกสติ ทั้งพบว่าการละหมาดสามารถควบคุมฮอร์โมนความเครียด การศึกษาที่ตีพิมพ์ใน PubMed มากมายพบว่าการละหมาดมีผลต่อฮอร์โมนที่เกี่ยวข้องกับความเครียด โดยเฉพาะอย่างยิ่งการปรับระดับคอร์ติซอล (Cortisal) ให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม การกระตุ้นระบบประสาท งานวิจัยหลายชิ้นชี้ว่าการละหมาดช่วยผ่อนคลายโดยผ่านการเพิ่มกิจกรรมของระบบประสาทพาราซิมพาเทติก (โหมดร่างกายในภาวะพักผ่อนและย่อยอาหาร) ลดกิจกรรมของระบบประสาทซิมพาเทติก (โหมดร่างกายในสถานการณ์คับขัน) การศึกษาทางประสาทสรีรวิทยาแสดงให้เห็นถึงกิจกรรมคลื่นอัลฟาและแกมมาในสมองเพิ่มขึ้นในระหว่างการละหมาด โดยเฉพาะอย่างยิ่งในระหว่างการสุญูด รูปแบบคลื่นสมองเหล่านี้สะท้อนถึงความสงบ สมาธิที่จดจ่อ และการควบคุมการรับรู้ที่ดีขึ้น แสดงว่าการละหมาดช่วยด้านสมาธิและการกำหนดจิตได้เป็นอย่างดี
#drwinaidahlan, #ดรวินัยดะห์ลัน, #การละหมาด, #การฝึกสมาธิ#การกำหนดจิต
ดูน้อยลง

